ส่วนความคืบหน้าการประสานพรรคการเมือง มาร่วมลงมติให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยเพิ่มเติม โดยเฉพาะจากพรรครวมไทยสร้างชาตินั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ ซึ่งพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็มีแนวโน้มเป็นบวก และยืนยันในความสัมพันธ์ว่า ไม่มีปัญหา รอเพียงหัวหน้าพรรคฯ และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เตรียมการให้เรียบร้อย แล้วก็จะเชิญพรรครวมไทยสร้างชาติ มาพูดคุยอย่างเป็นทางการ เมื่อได้ความชัดเจนแล้วว่า จะร่วมรัฐบาลกันหรือไม่ จึงจะมีการประกาศอย่างชัดเจนอีกครั้ง
นายภูมิธรรม ยังกล่าวถึงกรณีที่สมาชิกวุฒิสภา อยากให้นายเศรษฐาไปแสดงวิสัยทัศน์ว่า นายเศรษฐา ไม่ใช่ สส. การเข้าไปพูดในสภาฯอาจลำบาก และที่ผ่านมาไม่เคยมีการแสดงวิสัยทัศน์ แต่มั่นใจว่า นายเศรษฐา ไม่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติอย่างแน่นอน
พร้อมชี้แจงถึงกรณีที่แกนนำพรรคเพื่อไทย เดินทางไปพูดคุยกับพรรคก้าวไกล จนมีการระบุว่า พรรคเพื่อไทย ไม่เคยบอกรายละเอียดการเดินหน้าตั้งรัฐบาล โดยยืนยันข้อเท็จจริงว่า การไปพบกับพรรคก้าวไกลก่อนหน้านี้ ตนเองไปในฐานะทีมเจรจา ส่วนที่มีน.ส.แพทองธาร ไปด้วยนั้น พรรคก้าวไกลเป็นผู้ร้องขอมา และไปอย่างเปิดเผย ซึ่งกระแสข่าวที่พรรคเพื่อไทย จะเชิญพรรคพลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติร่วมรัฐบาลนั้น ก็คลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง
เพราะพรรคเพื่อไทย บอกเพียงทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้พรรคทำงานได้ แต่พรรคก้าวไกล ก็หวังกลับไปเป็น 312 เสียงของพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลเดิม ซึ่งไปไม่ได้ พรรคเพื่อไทย จึงต้องเลือกทางเดินอื่น ซึ่งอาจจะขัดใจประชาชนบ้าง แต่พรรคการเมืองที่จะมาร่วมรัฐบาล ก็มาจากประชาชนเหมือนกัน หากพรรคก้าวไกลจะลงมติให้พรรคเพื่อไทยก็ขอบคุณ หรือหากไม่ลงมติให้ ก็ไม่ว่ากัน และพร้อมทำงานทางการเมืองร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ สร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติ แต่จะไม่สนับสนุนเรื่องการแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 และเรื่องที่เกี่ยวกับสถาบัน