ทั้งนี้กรณีดังกล่าว ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2566 ให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยข้อมูลคดียืมนาฬิกาหรูและแหวนเพชร ให้แก่นายวีระ สมความคิด ผู้ฟ้องคดี จำนวน 3 รายการ ได้แก่
1.รายการการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารทั้งหมดในคดียืมนาฬิกาหรูและแหวนเพชรของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี
2.ความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ทุกคนที่รับผิดชอบเรื่องนี้
3.รายงานการประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้
ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด นั้น
ต่อมาวันที่ 3 พ.ค. 2566 ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ได้พิจารณากรณีศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาให้ ป.ป.ช เปิดเผยข้อมูลคดียืมนาฬิกาหรูและแหวนเพชร ให้แก่ นายวีระ สมความคิด ผู้ฟ้องคดี จำนวน 3 รายการ ได้แก่ 1.รายการการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารทั้งหมดในคดียืมนาฬิกาหรูและแหวนเพชรของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี 2.ความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ทุกคนที่รับผิดชอบเรื่องนี้ 3.รายงานการประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด
โดยที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์เปิดเผยข้อมูลตามรายการที่ 1.รายการการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารทั้งหมดในคดียืมนาฬิกาหรูและแหวนเพชรของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ 3. รายงานการประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้
ส่วนรายการที่ 2 ความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ทุกคนที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ไม่เปิดเผยข้อมูล อีกทั้ง ในที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังมีมติเอกฉันท์ ส่งข้อพิจารณาคดีใหม่ตามมาตรา 75 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองฯและของดการบังคับคดีชั่วคราวด้วย