ส่วนมีโอกาสจะเสนอชื่อตนเป็นนายกฯ หรือไม่ พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ เอาไว้พรรคภูมิใจไทยเป็นการนำก่อนค่อยว่ากัน
ส่วนกรณีที่นายเศรษฐา มีการหาเสียงพาดพิงนโยบายกัญชา และกระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนที่กล่าวหาอะไรมาก็ได้ตอบโต้ไปแล้ว ก็เป็นอันจบกัน และถ้าพูดถึงนายเศรษฐากับตนก็ไม่ใช่เพิ่งรู้จักกันตอนมาทำการเมืองแต่รู้จักกันมา 20-30 ปีแล้ว เพื่อนฝูงซ้ำกันไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยคน ลูกๆก็รู้จักกัน เราได้เคลียร์ใจกันไปพอสมควรแล้ว
นายอนุทิน ยังกล่าวด้วยว่า ในวันโหวตเลือกนายกฯ พรรคภูมิใจไทยจะให้การสนับสนุนแคนดิเดตของพรรคเพื่อไทยอย่างเต็มที่ มั่นใจได้พรรคภูมิใจไทย 71 คน
ส่วนจะช่วยไปคุย สว. ด้วยหรือไม่ นายอนุทิน บอกว่า เดี๋ยวขอไปพบ สว. เพื่อขอฟังความคิดเห็น แต่ไม่ใช่การไปประสาน เพราะตนไม่มีปัญญาขนาดนั้น สังคมทุกวันนี้เป็นสังคมที่ต้องฟังความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็นข่าวดี ข่าวร้าย เรื่องติติง หรือข้อเสนอแนะ ถ้าเราไม่ใจร้อนเกินไปรับฟัง และคิด วิเคราะห์ ใช้สมาธินิดหน่อยก็น่าจะมีทางออก
ส่วนมี สส. บางกลุ่มอยากมาร่วมรัฐบาล แต่พรรคต้นสังกัดไม่ให้มา นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ถึงจุดนั้น ไว้รอให้มีเหตุการณ์ก่อน ตอนนี้ยังเร็วที่จะพูด เพราะยังเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ขอทำวันนี้ให้ดีที่สุด แต่ถ้าไม่สำเร็จก็ต้องบอกตัวเองว่าเราทำสุดๆแล้ว และเรื่องนี้ต้องถามพรรคเพื่อไทยว่าจะใช้รูปแบบไหนในการหาเสียงสนับสนุนจัดตั้งรัฐบาล อย่างที่สื่อถามเรื่องพรรคก้าวไกล ก็เป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยดำเนินการ แต่ตราบใดที่ไม่ขัดแย้งกับความเข้าใจหรือข้อตกลงที่มีร่วมกันระหว่างเพื่อไทยกับภูมิใจไทย ก็ถือเป็นสิ่งที่ดี
ส่วนคิดอย่างไรที่สว. อยากโหวตให้นายอนุทิน กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นนายกฯ มากกว่า นายอนุทิน กล่าวขอบคุณในความหวังดี แต่ขอให้เป็นไปตามกลไก
“ท่านนึกถึงผม ผมก็ดีใจแล้ว แต่ความเหมาะสมและเรื่องของกระบวนการกฎหมายต้องเป็นไปตามระบบรัฐสภา” นายอนุทิน กล่าว