"กลุ่มทะลุวัง"ขยับก้าว = โทษ"ทะลุ"กราฟ
08 ส.ค. 2566

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ต้องกลับมาทบทวนและทำความเข้าใจใหม่ กับคำว่า “สิทธิเสรีภาพ” ซึ่งหลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ที่จริงแล้วมีความหมายแตกต่าง
การเมือง
08 ส.ค. 2566

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ต้องกลับมาทบทวนและทำความเข้าใจใหม่ กับคำว่า “สิทธิเสรีภาพ” ซึ่งหลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ที่จริงแล้วมีความหมายแตกต่าง
"สิทธิ" หมายถึง อำนาจที่จะกระทำการใดๆ ได้อย่างเป็นอิสระ โดยได้รับการรับรองจากกฎหมาย
"เสรีภาพ" หมายถึง สิทธิที่จะทำโดยไม่ละเมิดผู้อื่น
แต่จากเหตุการณ์ "กลุ่มทะลุวัง" ได้บุกที่ทำการพรรคเพื่อไทย ภายหลังการแถลงข่าวจับมือตั้งรัฐาลระหว่าง พรรคเพื่อไทย และ พรรคภูมิใจไทย วานนี้ (7ส.ค.) จนนำไปสู่เรื่องราวบานปลาย ทั้งกลุ่มผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมไปถึงสื่อมวลชน ซึ่งได้รับบาดเจ็บ จากการได้รับลูกหลงของเหตุปะทะ แม้จะไม่ถึงขั้นนองเลือดก็ตาม
กลุ่มผู้ชุมนุมภายใต้ชื่อ "ทะลุวัง" ที่ได้ทำบุกพรรคเพื่อไทย รวมทั้งสิ้น 12 คน พบว่าเป็นเยาวชน 1 คน โดยเยาวชนรายนี้ เคยปรากฏเป็นข่าวใหญ่ ถึงพฤติกรรมช่วงเปิดเทอมที่ผ่านมา
เมื่อกางรายชื่อพบว่าส่วนใหญ่แล้ว เคยบุกไปยังกระทรวงวัฒนธรรม เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา พร้อมกับทำกิจกรรมที่ผิดต่อกฎหมาย
โดยรัฐธรรมนูญ 2560 หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย มาตรา 25 บัญญัติไว้ ซึ่งสรุปใจความได้ว่า
แน่นอนว่าจาก 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นของกลุ่มทะลุวัง ยังเข้าข่ายฐานกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา หลายองค์ประกอบด้วยกัน คือ โดยมีบทกำหนดโทษแตกต่างกัน
มาตรา 358
-ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์ของผู้อื่น หรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 362
-ผู้ใดเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น เพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือเข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุข ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท
มาตรา 364
-ผู้ใดโดยไม่มีเหตุอันสมควรเข้าไป หรือ ซ่อนตัวอยู่ในเคหสถาน อาคารเก็บรักษาทรัพย์ หรือสานักงานในความครอบครองของผู้อื่น หรือไม่ยอมออกไปจากสถานที่เช่นว่านั้น เมื่อผู้มีสิทธิที่จะห้ามมิให้เข้าไปได้ไล่ให้ออก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ จากการกระทำวานนี้ ยังขัดคำสั่ง หัวหน้า คสช. ที่ 27/2559 เรื่อง มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการจุดและปล่อยบั้งไฟ พลุ ฯ
โดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) 2557 มาตรา 44 ซึ่งหากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับ ไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ
ขณะเดียวกัน มีคำถามหากกรณีผู้กระทำความผิดคดีอาญายังอยู่ในสถานะเยาวชนนั้น โดยประมวลกฎหมายอาญา ได้จำแนกและบัญญัติไว้ดังนี้
มาตรา 75
-ผู้ใดอายุ 15 ปี แต่ต่ำกว่า 18 ปี ให้ศาลพิจารณาถึงความรู้ผิดชอบและสิ่งอื่นทั้งปวงเกี่ยวกับผู้นั้น ในอันที่จะควรวินิจฉัยว่าสมควรพิพากษาลงโทษผู้นั้นหรือไม่ ถ้าเห็นสมควรพิพากษาลงโทษ ก็ให้ลดโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดลงกึ่งหนึ่ง หรือถ้าเห็นว่าไม่สมควรลงโทษก็ให้จัดการตาม มาตรา 74
โดยมาตรา 74 บัญญัติ ว่า เด็กอายุ 12 ปี แต่ยังไม่เกิน 15 ปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด เด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ แต่ให้ศาลมีอำนาจที่จะดำเนินการ ดังนี้
1.ว่ากล่าวตักเตือนเด็กและปล่อยตัว หรือจะเรียกบิดา มารดา ผู้ปกครองมาตักเตือนด้วยก็ได้
2.วางข้อกำหนดให้บิดา มารดา ผู้ปกครอง ระวังไม่ให้เด็กก่อเหตุตามเวลาที่ศาลกำหนดไม่เกิน 3 ปี แต่ถ้าทำอีกจะต้องชำระต่อศาลไม่เกินครั้งละ 10,000 บาท
3.ส่งตัวเด็กไปยังสถานศึกษา หรือสถานฝึกและอบรม หรือสถานแนะนำทางจิตซึ่งตั้งขึ้นเพื่อฝึกและอบรมเด็ก แต่ไม่ให้เกินอายุ 18 ปี
ทั้งหมดเป็นเพียงฐานความผิดเบื้องต้น ที่ต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์ แม้จะเป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพ ตามที่ตนเข้าใจ แต่กลับไม่อยู่ในครรลองของกฎหมาย
ข่าวล่าสุด