ส่วนพรรคประชาธิปัตย์เคยอยู่ต่างขั้วกับพรรคเพื่อไทยมาก่อนจะสามารถทำงานร่วมกันได้หรือไม่ นายเดชอิศม์ กล่าวว่า วันนี้ (3ส.ค.) เอาประเทศชาติเป็นหลัก เอาความคิดแค้นส่วนตัว ความชิงชัง สมัยอดีต มาบวกทั้งหมด ตนว่ามันไม่น่าจะเหมาะสม วันนี้เหตุการณ์เปลี่ยน คนก็เปลี่ยนไปหมด เหลือแต่ยี่ห้อของพรรค คนในพรรคเปลี่ยนไปหมดแล้ว
"ปัญหาของประเทศวันนี้เปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก ความต้องการของประชาชนก็เปลี่ยนไป วันนี้ประชาชนต้องการแก้ปัญหาปากท้อง ถ้าเราเอาความแค้น ความชิงชังส่วนตัวมาเป็นหลัก ผมว่าไม่ยุติธรรมกับประชาชน" นายเดชอิศม์ กล่าว
ส่วนปัจจัยหลักที่จะร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลคือเรื่องแนวนโยบาย และต้องถกเถียงกันในพรรค ต้องให้เกียรติ สส. ใหม่ที่เข้ามา 25 คน สะท้อนปัญหาของประชาชนในพื้นที่ของตนเอง และเอามาสะท้อนเป็นปัญหาของประเทศชาติ ถ้ามีหนทางที่จะแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ก็ยินดี แต่ถ้าไปแล้วทำให้ประเทศถอยหลังสร้างปัญหา หรือเกิดความแตกแยกมากขึ้น คงไม่ร่วมอย่างแน่นอน เป็นฝ่ายค้านก็ได้ยินดี
เมื่อถามว่า จะมี สส. ประชาธิปัตย์บางกลุ่มที่ไม่สามารถจับมือกับเพื่อไทยได้หรือไม่ นายเดชอิศม์ กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ ต้องคุยกันว่าจะมีมติอย่างไร ที่ผ่านมาเป็นวันหยุดยาว จึงยังไม่ได้คุยกัน
เมื่อถามถึงอุดมการณ์ของมวลชนที่อาจจะไม่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย จะต้องนำเรื่องนี้มาพิจารณาด้วยหรือไม่ นายเดชอิศม์ ระบุว่า วันนี้มีทั้งฝ่ายที่เชียร์และไม่เชียร์ จึงต้องนำมาคุยกันในที่ประชุม เพื่อสะท้อนความเห็นจากทุกจังหวัด ส่วนจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ ก็มีทั้งเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้
สำหรับการประชุมในวันนี้จะเป็นการพูดคุยเพื่อหาแนวทางในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีก่อน ส่วนจะร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ยังไม่สามารถชี้ขาดได้ ขึ้นอยู่กับการประชุมครั้งหน้า ที่จะต้องมีกรรมการบริหารพรรค และ สส. ปัจจุบันร่วมหารือกัน