เนชั่นทีวี

การเมือง

"โรม"หวั่นเกิดรัฐบาลข้ามสายพันธุ์-งงถูกโยงรับงานฝรั่งเศสแก้ ม.112

29 ก.ค. 2566 | chairat_pat

"โรม"หวั่นเกิดรัฐบาลข้ามสายพันธุ์-งงถูกโยงรับงานฝรั่งเศสแก้ ม.112

"รังสิมันต์ "รับ"ทักษิณ"กลับไทยมีผลกระทบทางการเมือง หวั่นเกิดรัฐบาลข้ามสายพันธุ์ ย้ำอยู่บนความเป็นจริงอย่าเพิ่งคิดก้าวไกลถูกเตะนั่งฝ่ายค้าน ชี้หากเกิดขึ้นเท่ากับทำลายความไว้วางใจ ปชช. งงถูกปั่นรับงานฝรั่งเศส ชี้สถานะการเงินดีขึ้นเพราะยื่นปปช.รวมกับภรรยาด้วย

29 กรกฎาคม 2566 "นายรังสิมันต์ โรม" สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า กรณี ความไม่เเน่นอนเรื่อง "นายทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี จะกลับประเทศไทย ในวันที่ 10 ส.ค. จริงหรือไม่ จะกระทบต่อการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่นั้น ซึ่งถ้านายทักษิณกลับมา คงยากปฏิเสธว่ามีผลกระทบทางการเมือง แต่จะกระทบทางไหนตอบยากเพราะยังไม่ถึงวันนั้น

ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลระหว่างพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย ที่ผ่านมายังไม่มีการพูดคุย ซึ่งจะมีการเลือกนายกฯ กันในวันที่ 4 ส.ค. อยู่แล้ว เลยไม่แน่ใจว่าตกลงแล้วเอาอย่างไร ท่ามกลางสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายในสังคม พยายามพูดว่ามีกระบวนการบางอย่างเกิดขึ้น เช่น มีการพูดกันว่า จะจัดตั้งรัฐบาลข้ามสายพันธุ์
 

"เราปฏิเสธไม่ได้ว่า มันมีการพูดกันในสังคม ซึ่งโดยกระบวนการที่มันควรจะเป็น ต้องมีการออกมาพูด หรือปฏิเสธ ว่าเป็นเรื่องจริงไม่จริง อย่างไร เราไม่รู้ว่า ตกลงแล้วไปเจรจาตั้งรัฐบาลในการขอเสียงโหวตตามมาตรา 272  เป็นอย่างไร เราก็ยังไม่รู้ความคืบหน้า มากไปกว่านั้นสรุปแล้วที่สังคมกังวล พูดถึงกันเป็นอย่างไร เราก็ไม่รู้อีก เลยยังตอบลำบากว่ายังไง ก็คงจะต้องถามพรรคเพื่อไทยเรื่องวันนัดเจรจาพูดคุย" นายรังสิมันต์ กล่าว 

เมื่อถามว่า แสดงว่าพรรคเพื่อไทยยังไม่มีการติดต่อเพื่อนัดประชุมร่วม 8 พรรคจัดตั้งรัฐบาล นายรังสิมันต์ กล่าวว่า มันต้องมีการประชุมกัน แต่เท่าที่ทราบยังไม่เห็นรายละเอียดว่า การประชุมจะเป็นวันไหน รู้จากข่าวเหมือนกับประชาชน 

เมื่อถามว่า หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่า ก้าวไกลเป็นฝ่ายค้านแน่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ยืนอยู่บนข้อเท็จจริงดีกว่า เรื่องการคะเน มันไม่เคยถูก 100% ขอยืนอยู่บนความเป็นจริงว่าตอนนี้ ก้าวไกลอยู่ใน 312 เสียงของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งในสภาฯ ถือเป็นเสียงข้างมาก ถ้ามี 312 เสียงแล้วเป็นฝ่ายค้าน คงอธิบายยากในการเมืองไทยให้ประชาชนเข้าใจ

"เบื้องต้นเรายืนอยู่บนหลักการนี้ว่า เรามีโอกาสเป็นรัฐบาล แต่เราให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้ง สุดท้ายผลจะเป็นอย่างไรก็ต้องมาคุยกัน ตอนนี้เรายืนอยู่ตรงนี้" นายรังสิมันต์ ระบุ

เมื่อถามว่า เวลานี้ตัดพรรคก้าวไกลออกไปเป็นฝ่ายค้านได้หรือยัง นายรังสิมันต์ ตอบว่า ตอนนี้ตนว่ายังตัดไม่ได้ เพราะข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏ

เมื่อถามว่า หากสุดท้ายแล้วเมื่อดิวจบมีการตั้งรัฐบาลข้ามสายพันธุ์จริงๆ แล้วสุดท้ายก้าวไกลถูกผลักไปเป็นพรรคฝ่ายค้าน ดีใจ หรือเสียใจ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ไม่ใช่แค่เรื่องความรู้สึก เป็นเรื่องของประชาชนมากกว่า มันเป็นสิ่งที่มันไม่ควรจะเกิดขึ้น มันคือการไม่สะท้อนความต้องการของประชาชนที่เลือกตั้ง คือ ประชาชนเลือกขนาดนี้ แล้วการตั้งรัฐบาลได้มันยังไม่เกิดขึ้น ตนคิดว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำให้เกิดกระบวนการที่ทำให้ไม่เคารพเสียงประชาชนต้องรับผิดชอบ

"อย่าทำแบบนั้นเลย ต้องเล่นกันตามกติกาอย่างตรงไปตรงมา ประเทศจะเดินได้ แต่ถ้าเกิดหวงแหนอำนาจ อยากจะมีอำนาจโดยไม่สนว่า จริงๆแล้วประชาชนไม่ได้เลือกคุณมาขนาดนั้น คิดว่า ประชาชนในประเทศไทยจะสั่งสอน คนเหล่านี้ในอนาคตอย่างแน่นอน" นายรังสิมันต์ กล่าว 

ส่วนกรณีที่ตนเองถูกโยงแฮชเเท็กตั๋วปารีสนั้น ส่วนตัวเห็นแล้วได้แต่ขำกับบรรดาไอโอ แต่พอทีตั๋วช้างทำเป็นเงียบ คิดให้ดีแล้วกันถ้าจะปั่นแฮชเเท็กนี้ จะยิ่งทำให้คนนึกถึงตั๋วช้้าง ตนยืนยันว่า ไม่จริง และไม่สมเหตุสมผลเลย ที่มาปั่นว่ารับงานต่างชาติเพื่อมายกเลิก มาตรา 112 แถม นำเรื่องที่ตนยื่นทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ล่าสุด มาบอกว่า ทรัพย์สินตนเพิ่มขึ้นมากจากปี 2562 ขอตอบเลยว่า เมื่อปี 2562 ยังโสด ทรัพย์สินก็ยื่นคนเดียว แต่ในปีล่าสุดยื่นพร้อมของภรรยา และถ้าดูทรัพย์สินของตนจริงๆ ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก แถมเป็นหนี้ด้วยซ้ำไป

"ผมมีเงินเดือนอายุตอนนี้ 31 ปี แปลกตรงไหนที่จะกู้ซื้อบ้าน กู้ซื้อรถ ยืนยันว่าทรัพย์สินที่ยื่นไปเกือบครึ่งนั้นเป็นของภรรยา ส่วนของผมก็ประกอบไปด้วยหนี้สินด้วย การเอาตัวเลขบางส่วนหยิบยกขึ้นมาโดยไม่เลือกที่จะอธิบายข้อเท็จจริง แล้วโจมตีกันมันก็แสดงให้เห็นว่า เจตนาในการวิจารณ์ คือ ต้องการให้คนเข้าใจผิด วันนี้มีกระบวนการดิสเครดิตที่รุนแรง หวังผลทำลายความน่าเชื่อถือของพรรคก้าวไกล มันเกิดขึ้นระหว่างช่วงที่มีการตั้งรัฐบาลซึ่งกำลังอีนุงตุงนังมากๆ" นายรังสิมันต์ กล่าวย้ำ  

ข่าวล่าสุด