- สิ่งสำคัญคือนโยบายที่ประกาศไว้ จะไม่ได้ผลักดันเลย ทั้งปฏิรูปกองทัพ ยกเลิกเกณฑ์ทหาร สุราก้าวหน้า และอื่นๆ รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย เนื่องจากเมื่อยังไม่มีการแบ่งข้าง ฝ่ายค้าน-รัฐบาล ก็จะไม่มีโควต้าในกรรมาธิการ ไม่มีฝั่งในการโหวต ไม่มีวิปในการคุมเสียงในสภา ทำให้กำหนดทิศทางการโหวตยากมาก และงานต่างๆ จะไม่เดินตามแผนที่ตั้งใจเอาไว้
โดยเฉพาะการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่จะล่าช้าออกไปมาก เนื่องจากต้องทำประชามติ แต่การทำประชามติ ต้องให้ ครม.เห็นชอบ ซึ่ง ครม.ชุดรักษาการ ย่อมไม่เห็นชอบแน่ ขณะที่เงื่อนไขโหวตรัฐธรรมนูญวาระ 3 เพื่อแก้ไข หรือยกร่างใหม่ทั้งฉบับ ต้องมีฝ่ายค้านร่วมสนับสนุนร้อยละ 20 หากยังไม่มีฝ่ายค้าน ก็โหวตไม่ได้
4. มวลชนสนับสนุนพรรคเพื่อไทย คือ “คนเสื้อแดงบางปีก” ทนไหวหรือไม่ เพราะวันนี้ก็เริ่มมีมวลชนบางส่วนออกมาบอกให้แกะหรือฉีกข้าวต้มมัดแล้ว ไม่เห็นด้วยหากจะผูกติดกันไปตลอด เพราะการผูกติดกันไปตลอด คนที่ได้ประโยชน์คือพรรคก้าวไกล ไม่ใช่เพื่อไทย และอาจไม่ใช่ประเทศไทย
ฉะนั้นทั้งก้าวไกล และเพื่อไทย ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากมวลชนฝ่ายตน
5. อาจเกิดการแทรกแซงในการจัดตั้งรัฐบาลจากฝ่ายที่ถูกมองว่าเป็นเสียงข้างน้อย คือฝั่ง 188 สส.หรือไม่ เพราะเมื่อการตั้งรัฐบาลยืดเยื้อออกไป โอกาสของการ “ไหลข้ามขั้ว” ของบรรดา สส.จะมีมากขึ้น เนื่องจากการโหวตนายกฯ เป็นเอกสิทธิ์ การตั้งรัฐบาลเกิดขึ้นภายหลังการโหวตนายกฯ อาจทำให้ได้นายกฯที่มวลชนฝ่ายพรรคประชาธิปไตยไม่พึงประสงค์มากขึ้นไปอีก