"ทักษิณกลับไทย" กับ "ไทม์ไลน์” ได้ ”นายกฯ
27 ก.ค. 2566 | darin_hor

จริงๆ แล้ว “คนวงใน” ทราบกันดีว่า การกลับไทยของ "ทักษิณ" เชื่อมโยงและส่งผลต่อการโหวตเลือกนายกฯ แบบตรงไปตรงมา เผลอๆ อยู่ในแผน “ดีลลับ” ที่ลือกันมานานตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งด้วย
การเมือง
27 ก.ค. 2566 | darin_hor

จริงๆ แล้ว “คนวงใน” ทราบกันดีว่า การกลับไทยของ "ทักษิณ" เชื่อมโยงและส่งผลต่อการโหวตเลือกนายกฯ แบบตรงไปตรงมา เผลอๆ อยู่ในแผน “ดีลลับ” ที่ลือกันมานานตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งด้วย
เรื่อง"ทักษิณ" เตรียมบินกลับไทยวันที่ 10 สิงหาคม แย่งชิงพื้นที่ข่าวด้านอื่นไปเกือบหมด รวมถึงข่าวโหวตนายกฯรอบ 3 ซึ่งเลื่อนจากวันนี้ออกไปอย่างไม่มีกำหนดด้วย
ย้อนไปดูปัจจัยที่จะส่งผลต่อการกำหนดวันโหวตนายกฯ โดยไม่นับรวมไทม์ไลน์"ทักษิณ"กลับบ้านกันก่อน
แถมยังขอให้ศาลรัฐธรรมนูญใช้ "มาตรการชั่วคราว" สั่งให้รัฐสภาชะลอการประชุมเพื่อโหวตเลือกนายกฯออกไปก่อน
ต่อมามี "ผู้รู้" คือ อัยการธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ออกมาระบุว่า "มาตรการชั่วคราว" ตามคำขอของผู้ตรวจการแผ่นดิน หากศาลเลือกใช้ จะใช้ได้ไม่เกิน 60 วันเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าศาลคงไม่ใช้เวลาพิจารณาวินิจฉัยนานเกิน 60 วัน หรือ 2 เดือนแน่ๆ ไม่งั้นทัวร์ลง
ฉะนั้นการกำหนดวัน "โหวตเลือกนายกฯ" รอบ 3 จึงสัมพันธ์กับการพิจารณาวินิจฉัยคำร้องที่ส่งจาก"ผู้ตรวจการแผ่นดิน"
2. ทั้งนี้เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม มีเอกสารข่าวสำนักงาน"ศาลรัฐธรรมนูญ" เผยแพร่ออกมาแล้วว่า สำนักงาน"ศาลรัฐธรรมนูญ" ได้รับคำร้องจากผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว จะนำเสนอ"คณะตุลาการ"เพื่อพิจารณาต่อไป
ความหมายของข้อความนี้ ก็คือ คำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินยังไม่เริ่มนับหนึ่ง ยังไม่ถึงมือตุลาการ อยู่เพียงแค่ขั้นตอนของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเพียงขั้นตอนธุรการ
ฉะนั้นกรอบเวลาการพิจารณาจะเริ่มนับหนึ่ง ในการประชุมครั้งต่อไป ซึ่งตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 3 สิงหาคม เนื่องจากตั้งแต่วันศุกร์ที่ 28 กรกฎาคมเป็นต้นไป ถึงวันอังคารที่ 2 สิงหาคม เป็นวันหยุดราชการ โดยศาลนัดประชุมแล้ว วันที่ 3 สิงหาคม เวลา 09.30 น.
3. เมื่อ"ศาลรัฐธรรมนูญ"นัดประชุมวันที่ 3 สิงหาคม ความเป็นไปได้จึงมี 2 ทาง
ทางที่หนึ่ง - ยังอยู่ในขั้นตอนทางธุรการ คือ สำนักงานศาลฯ พิจารณา 2 วัน ส่งคณะตุลาการชุดเล็ก พิจารณาคำร้องว่าอยู่ในเขตอำนาจหรือไม่ อย่างไร ใช้เวลาอีก 5 วัน รวมเป็นกรอบเวลาสูงสุด 7 วัน หากเป็นไปตามแนวทางนี้ วันที่ 3 สิงหาคมจะยังไม่มีคำสั่งใดจากศาล โดยศาลจะตัดประชุมอีกครั้งในวันพุธที่ 9 สิงหาคม ซึ่งความเป็นไปได้ก็จะมีอีก 2 ทาง คือ
ทางที่สอง - วันที่ 3 สิงหาคม ไม่ใช่ขั้นตอนทางธุรการ แต่คำร้องถึงมือตุลาการแล้ว และศาลจะมีคำสั่งในวันนั้นเลย ออกได้ 2 ทางเหมือนกัน
หากกรอบเวลาการโหวตเลือกนายกฯ ถูกยื้อยาว ย่อมคาดเดายากว่าจะได้โหวตเมื่อใด
ถ้าแบบนั้น เจาะเฉพาะไทม์ไลน์ที่เร็วที่สุดที่เป็นไปได้ นั่นก็คือ วันที่ 3 สิงหาคม ศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้อง หรือไม่รับวินิจฉัยคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน
เหตุผลก็ง่ายๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน มติของสภา ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการเข้าไปก้าวล่วงตัดสินไม่ได้ ยกเว้นการลงมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น เสียบบัตรแทนกัน หรือกระทำการข้ามขั้นตอน ทำให้สมาชิกเสียสิทธิ อย่างนี้เป็นต้น
โอกาสที่คำวินิจฉัยออกแนวนี้มีสูงมาก เพราะ อ.จรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ก็ออกมาแสดงทัศนะเอาไว้ ขณะที่พรรคเพื่อไทยเองก็มีเช็คข่าววงใน (วงไหนก็ไม่ทราบ) ว่าศาลจะไม่รับคำร้องนี้
ถ้าเป็นแบบนี้ วันที่ 3 สิงหาคม ปมเงื่อนเกี่ยวกับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินก็จะจบ รัฐสภาก็จะเดินหน้านัดโหวตนายกฯรอบ 3 ได้
คราวนี้ความเป็นไปได้มี 2 ทาง
1.นัดโหวตทันที แบบด่วน คือ 4 สิงหาคม วันรุ่งขึ้น ซึ่งเป็นวันศุกร์
-อ้างเหตุประเทศชาติรอไม่ได้
-ประธานรัฐสภา อาจารย์วันนอร์ ต้องเดินทางไปร่วมประชุมใหญ่สมัชชารัฐสภาอาเซียน ระหว่างวันที่ 5-11 สิงหาคม ที่อินโดนีเซีย
อ้าง 2 เหตุนี้ เพื่อนัดประชุมด่วน ไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าทางธุรการก่อน 3 วันตามธรรมเนียมปฏิบัติ
"ผมจะร่วมประชุมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณากำหนดการประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 4 ส.ค.นี้ เนื่องจากคาดการณ์ไว้ว่า คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญในการประชุมดังกล่าว อาจจะพิจารณาว่ารับหรือไม่รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน" วันนอร์ ประธานรัฐสภากล่าวเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2566
หากเป็นแบบนี้ วันที่ 4 สิงหาคม อาจได้นายกฯ ถ้ายังไม่ได้ เสนอแล้วพลาดไป สัปดาห์ถัดไปก็ยังนัดได้อีกหลายวัน เช่น วันจันทร์ที่ 7 วันอังคารที่ 8 วันพุธที่ 9 วันพฤหัสฯที่ 10 วันศุกร์ที่ 11 สิงหาคม
วงใน (อีกแล้ว) ว่ากันว่า โหวตนายกฯจะจบที่ 1-2 รอบนี้แน่นอน ตามข่าวที่เราเล่าให้ฟังเมื่อวานว่า จริงๆ ตอนนี้พรรคเพื่อไทยรวมเสียง สส.+สว.ได้ครบ 375 ขึ้นไปแล้ว
2.ยังไม่นัดโหวตวันที่ 4 สิงหาคมทันที ถ้าเป็นแบบนี้ จะมีความเป็นไปได้ 2 ทาง คือ
ทางที่หนึ่ง นัดโหวตตั้งแต่ 15 สิงหาคมเป็นต้นไป เพราะ อาจารย์วันนอร์ ไม่อยู่เมืองไทย ติดภารกิจประชุมใหญ่สมัชชารัฐสภาอาเซียน กลับวันที่ 11 สิงหาคม จากนั้นจะเป็นสัปดาห์หยุด 3 วัน วันจันทร์ 14 เป็นวันหยุดชดเชย ก็ต้องนัดตั้งแต่ 15 สิงหาคมเป็นต้นไป
ทางที่สอง นัดโหวตสัปดาห์ วันที่ 7-11 สิงหาคม วันใดก็ได้ ตลอดทั้งสัปดาห์ โดย อาจารย์วันนอร์ งดเดินทางไปร่วมประชุมรัฐสภาอาเซียน หรือส่งผู้แทนไปแทน หรือไปร่วมประชุม แล้วให้รองประธานรัฐสภา ดำเนินการประชุมแทน "นายพรเพชร วิชิตชลชัย" ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา
ถึงตรงนี้ต้องขีดเส้นใต้ตัวหนา เพราะจะเกี่ยวข้องกับกำหนดการกลับประเทศไทยของนายทักษิณ ซึ่งให้ลูกสาวประกาศแล้วว่าเป็นวันที่ 10 สิงหาคม บอกสนามบินด้วย ตรงกับเอกสารของทางตำรวจที่หลุดมาก่อนหน้านี้ ว่าจะลงเครื่องที่ดอนเมือง เพราะใกล้กับห้องควบคุมพิเศษ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด หรือ บช.ปส. ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นห้องควบคุมคุณทักษิณ ทันทีที่กลับประเทศไทย ตามแผนของทางฝ่ายตำรวจที่เอกสารหลุดออกมาก่อนหน้านี้
ต้องกลับหลังได้นายกฯแล้ว และเพื่อไทยกำลังจะเป็นรัฐบาลเท่านั้น
ต้องกลับช่วงรัฐบาลรักษาการ เพื่อไม่ให้ถูกครหาว่า รัฐบาลเพื่อไทย รัฐบาลของพรรคตัวเอง หรือรัฐบาลของลูกสาว กรณี"อุ๊งอิ๊งค์ แพทองธาร" ได้เป็นนายกฯ เป็นคนช่วยพากลับบ้าน แต่การกลับในช่วงรัฐบาลรักษาการ ซึ่งมีนายกฯ และ รมว.กลาโหม ชื่อ "พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" และรองนายกฯ ชื่อ "พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ" พูดง่ายๆ คือ “3ป.” ยังอยู่ครบ ย่อมไม่ถือว่าได้สิทธิพิเศษ และยังสะท้อนภาพ “การเมืองปรองดอง” ทุกอย่างเป็นไปตามกติกา อีกด้วย
เหตุนี้เอง หากทักษิณยืนยันกลับไทยวันที่ 10 สิงหาคม การโหวตนายกฯต้องจบก่อนหน้านั้น คือตั้งแต่วันที่ 4 และ 7 - 9 สิงหาคม โดย"แคนดิเดตนายกฯ"ของพรรค"เพื่อไทย" ต้องได้เป็น"นายกฯ" ด้วย