วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นกับส.ว.คือถูกด่าทอตลอดเวลา ตนจึงจะดำเนินคดีกับคนที่ให้ร้ายคนอื่นดูหมิ่นเหยียดหยามไม่ให้ความสำคัญกับเสรีภาพของคนอื่นได้เดินทางไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญาเรียบร้อยแล้ว 2 คดี คือทนายเดชา ลีกิจวัฒนะ และทนายอั๋น บุรีรัมย์ ความรู้ความเข้าใจว่าเพื่อให้สังคมตื่นและเข้าใจว่าเสรีภาพเป็นคนทุกคนใครละเมิดทำร้ายคนอื่นด้วยถ้อยคำคำพูดย่อมต้องรับผิดชอบ ต่อไปนี้จะมีการดำเนินคดีกับคนที่ให้ร้ายในโซเชียล ทั้งทางแพ่งและทางอาญา จากนี้จะตรวจสอบให้หมด
ขณะที่นายสมชาย กล่าวว่า ความพยายามในการใช้ทุกช่องทางสื่อสารมายังส.ว. ถือเป็นการสื่อสารที่ผิด ในสภามีนักกฎหมายมีจำนวนมาก และเห็นตรงกันว่าไม่ควรปล่อยผ่าน ตอนนี้ครอบครัวของส.ว.ทั้ง 250 คน ถูกคุกคามทั้งหมด ส.ว.จึงได้แจ้งความดำเนินคดีทั้งหมด พร้อมทั้งประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจที่มาสอบสวนสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จนรู้ตัวเจ้าของแอคเคาท์ทั้งหมดแล้ว โดยเฉพาะเพจที่เชิญชวนให้บุคคลอื่นทำการคุกคามส.ว. บางแอคเคาท์ข่มขู่จะข่มขืนลูกสาวส.ว.บางคน ทั้งกาย วาจา ใจ
ขณะที่บางแอคเคาท์พบว่าเป็นเอไอ ยิงข้อความทีเดียว 4 แสนครั้ง หลังจากการลงมติให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีเสร็จสิ้น ยืนยันจะดำเนินคดีทั้งหมด ให้ถึงที่สุด ไม่รับคำขอโทษ เพราะนี่ไม่ใช่วิถีทางในการแสดงออกถึงความเห็นต่างตามหลักประชาธิปไตย แต่เป็นการคุกคามบุคคลอื่น จึงขอเตือนให้หยุดพฤติกรรมเหล่านี้
ขณะที่ นายวิวรรธน์ แสงสุริยะฉัตร ส.ว. กล่าวว่า ธุรกิจยาหมอเส็ง ได้รับผลกระทบอย่างมาก หลังจากการลงคะแนนเสียง โดยมีการส่งข้อความโจมตีในเพจกว่าพันข้อความ ว่าขอให้เลิกซื้อเลิกสนับสนุน ส่งผลกระทบกับธุรกิจอย่างมาก แม้ว่าตนเองไม่ได้เกี่ยวข้อกับธุรกิจดังกล่าว เพราะเป็นธุรกิจของพ่อ
นายวิวรรธน์ กล่าวด้วยว่าจึงได้ปรึกษาตำรวจไซเบอร์และนักวิชาการ โดยจะดำเนินคดีอาญาและคดีแพ่ง โดยถ้าเข้าข่าย ผิดกฏหมายคอมพิวเตอร์ก็จะดำเนินการแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ แต่ หากเป็นข้อความที่มีลักษณะคุมเครือแต่สร้างความเสียหายก็จะดำเนินการเรียกค่าเสียหายในคดีแพ่ง
ย้ำว่าจะไม่โหวตให้นายพิธา ในวันที่ 19 ก.ค. อย่างแน่นอน พร้อมเล่าย้อนถึงประวัติของตระกูลด้วยว่าที่สามารถทำการค้าขายได้ในวันนี้เพราะพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัริย์ทุกกระองค์ ทุกครั้งที่รวมญาติมีการพูดเสมอว่าเราเป็นหนี้บุญคุณของแผ่นดิน ย้ำไม่กลัวทัวร์ลง ตนเองรักสถาบันถ้าจะทำลายก็ข้ามตนเองไปก่อน