อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพรรคพลังประชารัฐได้รับเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นอันดับที่ 4 หากเกิดอะไรขึ้นก็ต้องให้พรรคที่มีเสียงรองลงมาจัดตั้งรัฐบาลก่อน ถ้าพรรคที่รองลงมาติดต่อพรรคพลังประชารัฐโดยที่ไม่มีพรรคก้าวไกล ก็สามารถที่จะทำงานร่วมกันได้หรือไม่นั้น ก็ต้องมีการประชุม กรรมการบริหารพรรคและประชุมส.ส.เพื่อขอมติพรรคก่อน
สำหรับการเตรียมแนวทางหลังจากนี้ หากนายพิธาไม่ได้รับโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ว่าพรรคใดก็ตามมีนโนบายชัดเจนที่ไม่แตะมาตรา 112 ก็ร่วมงานได้ตามนโยบายของหัวหน้าพรรค คือ ก้าวข้ามความขัดแย้ง
"แม้จะมีการออกมาเคลื่อนไหวกดดัน แต่จากประสบการณ์ทางการเมือง ในวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี 13 ก.ค.นี้ เป็นเรื่องของรัฐสภาซึ่งประกอบไปด้วยสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวม 750 คน ที่จะลงฉันทามติในสิ่งที่เขาจะเลือกใคร ฉะนั้นจะให้ได้ดั่งใจ คงเป็นไปไม่ได้ ก็ต้องยึดตามหลักกฎหมายภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เราเคารพเสียงส่วนใหญ่ของรัฐสภา" ร้อยเอกธรรมนัส กล่าว