เนชั่นทีวี

การเมือง

"ผู้กองธรรมนัส"ประกาศจุดยืนพปชร.ไม่โหวต"พิธา"เหตุมีนโยบายแก้ ม.112

11 ก.ค. 2566 | chairat_pat

"ผู้กองธรรมนัส"ประกาศจุดยืนพปชร.ไม่โหวต"พิธา"เหตุมีนโยบายแก้ ม.112

"ธรรมนัส"ยืนยันไม่ส่งชิงนายกฯเสียงข้างน้อย ย้ำจุดยืนพลังประชารัฐไม่หนุน "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" เหตุมีนโยบายแก้ ม.112 มองโหวตครั้งแรกพลาด ควรเปิดทางให้พรรคอันดับ 2 จัดตั้งรัฐบาล เชื่อ"ประยุทธ์"คิดดีแล้วประกาศวางมือการเมือง

11 กรกฎาคม 2566 "ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า" ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ กล่าวภายหลังการประชุมกรรมการบริหารพรรคว่า สาระสำคัญในการประชุมวันนี้ (11ก.ค.) เรื่องแรก คือ เลือกผู้แทนของพรรคในการประสานงานกับพรรคอื่น ซึ่งไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด ก็ถือว่าเป็นตัวแทนของพรรค โดยมีตนเองเป็นประธาน นายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร เป็นรองประธานคนที่ 1 , นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.ฉะเชิงเทรา เป็นรองประธานคนที่ 2

ทั้งนี้ จุดยืนของพรรคพลังประชารัฐจะไม่เสนอชื่อผู้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี โดยใช้เสียงข้างน้อยเป็นเด็ดขาด และพรรคพลังประชารัฐจะไม่เลือก ไม่โหวตคนของพรรคที่มีนโยบายแก้ไขมาตรา 112 โดยเด็ดขาด ไม่ว่าใครก็ตาม ถ้ามีนโยบายเกี่ยวข้องกับการแก้ไขมาตรา 112 ก็จะไม่โหวตให้ รวมถึง "นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์" ที่จะมีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และไม่ปล่อยให้มีการฟรีโหวต แต่จะมีการพูดคุยกันอีกครั้งก่อนโหวตลงมติ และขอดูหน้างานก่อนว่าจะงดออกเสียงหรือไม่ 

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพรรคพลังประชารัฐได้รับเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นอันดับที่ 4 หากเกิดอะไรขึ้นก็ต้องให้พรรคที่มีเสียงรองลงมาจัดตั้งรัฐบาลก่อน ถ้าพรรคที่รองลงมาติดต่อพรรคพลังประชารัฐโดยที่ไม่มีพรรคก้าวไกล ก็สามารถที่จะทำงานร่วมกันได้หรือไม่นั้น ก็ต้องมีการประชุม กรรมการบริหารพรรคและประชุมส.ส.เพื่อขอมติพรรคก่อน

สำหรับการเตรียมแนวทางหลังจากนี้ หากนายพิธาไม่ได้รับโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ว่าพรรคใดก็ตามมีนโนบายชัดเจนที่ไม่แตะมาตรา 112 ก็ร่วมงานได้ตามนโยบายของหัวหน้าพรรค คือ ก้าวข้ามความขัดแย้ง

"แม้จะมีการออกมาเคลื่อนไหวกดดัน แต่จากประสบการณ์ทางการเมือง ในวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี 13 ก.ค.นี้ เป็นเรื่องของรัฐสภาซึ่งประกอบไปด้วยสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวม 750 คน ที่จะลงฉันทามติในสิ่งที่เขาจะเลือกใคร ฉะนั้นจะให้ได้ดั่งใจ คงเป็นไปไม่ได้ ก็ต้องยึดตามหลักกฎหมายภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เราเคารพเสียงส่วนใหญ่ของรัฐสภา" ร้อยเอกธรรมนัส กล่าว

ส่วนการกดดันของประชาชนอาจจะทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นนั้น ยอมรับว่าทุกอย่างต้องใช้เวลาและเป็นเรื่องปกติ ที่ฝ่ายสนับสนุนตนเองจะมีความผิดหวัง แต่เชื่อว่าจะจบลงด้วยดี แล้วเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งมีฝ่ายความมั่นคงดูแลในเรื่องนี้อยู่แล้ว จะใช้ความรุนแรงไม่ได้ และจะต้องฟังความคิดเห็นของกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวด้วย โดย "พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ" ในฐานะผู้กำกับหน่วยงานความมั่นคง ได้เน้นย้ำห้ามใช้เฉพาะความรุนแรงเด็ดขาด

เมื่อถามว่า พรรคพลังประชารัฐมองว่าควรจะโหวตนายกรัฐมนตรีให้จบในครั้งเดียวหรือไม่นั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เป็นกลไกของรัฐสภา ส่วนตัวก็อยากให้จบในวันเดียว แต่เมื่อไม่จบก็ต้องให้เวลา ทุกอย่างต้องใช้เวลา สมมุติถ้าไม่ได้ในครั้งแรก ควรเปิดโอกาสให้พรรคอันดับ 2 ในการจัดตั้งรัฐบาล หากไม่ผ่านก็ต้องเป็นพรรคอันดับ 3 ฉะนั้น จะต้องไม่มีการแทรกแซงเรื่องนี้โดยเด็ดขาด ซึ่งเป็นนโยบายของพล.อ.ประวิตร 

ส่วนการโหวตในครั้งที่ 2 จะเสนอชื่อคนเดิมได้หรือไม่นั้น เป็นเรื่องของประธานสภาและมองว่าพรุ่งนี้ (12ก.ค.) คงมีความชัดเจนมากกว่านี้ ส่วนความเป็นไปได้ที่พรรคพลังประชารัฐจะไปพูดคุยและร่วมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะขณะนี้ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศวางมือทางการเมืองและลาออกจากสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ว่า พรรคพลังประชารัฐ มีนโยบายชัดเจนว่าจะไม่ไปก้าวก่ายกิจกรรมของพรรคอื่นเด็ดขาด 

ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศลาออกจากสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาตินั้น ตนคิดว่าคงคิดละเอียดแล้ว ทั้งนี้ ไม่ได้พูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลเดิม เกี่ยวกับทิศทางการโหวต และไม่ได้เข้าไปก้าวก่าย และยืนยันไม่ได้มีการพูดคุยกับฝั่งสมาชิกวุฒิสภาด้วย มีแต่พูดคุยกันภายในพรรคเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม โดยในวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี พรรคจะมีการวางตัวผู้อภิปรายไว้ โดยมีสิทธิ์ในการอภิปราย 20 นาที คือ นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส พรรคพลังประชารัฐ เป็นผู้อภิปรายซึ่งจะเน้นในเรื่องกรณีการแบ่งแยกดินแดน เนื่องจากเป็นคนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ข่าวล่าสุด