เนชั่นทีวี

การเมือง

"ชัยธวัช" เผย มีกระแสกดดัน ส.ว.หนุน "พิธา" ส่งข้อความขู่-เสนอผลประโยชน์

11 ก.ค. 2566

"ชัยธวัช" เผย มีกระแสกดดัน ส.ว.หนุน "พิธา" ส่งข้อความขู่-เสนอผลประโยชน์

"ชัยธวัช" เผย มีกระแสกดดัน ส.ว.หนุน "พิธา" เป็นนายกฯ แฉมีคนส่งข้อความขู่ พร้อมเสนอผลประโยชน์ ลั่น กลุ่มที่ไม่โหวตให้ มีเหตุผลร้อยแปด รับ ยังไม่ได้คุยพรรคร่วมโหวตกี่ครั้ง ระบุ ปมหุ้นไอทีวีไม่มีผล เชื่อทุกคนแยกแยะได้ มั่นใจ 70:30 "พิธา" ได้นั่งนายกฯ

11 กรกฎาคม 2566 ที่อาคารรัฐสภา ภายหลังการประชุมระหว่างตัวแทนพรรคการเมืองและสมาชิกวุฒิสภา นายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะเลขาธิการพรรคก้าวไกล เปิดเผยถึงผลการประชุมว่า มีการประชุมหารือกันระหว่าง 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล และอีกวงเป็นการประชุมร่วมกันระหว่าง ส.ส. และ ส.ว. โดยมีการตกลงเรื่องระยะเวลาในการโหวตนายกรัฐมนตรี โดยวันที่ 13 ก.ค. จะเริ่มประชุมกันภายในเวลา 09.30 น. หลังจากที่มีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแล้ว นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ได้เสนอว่า ให้สมาชิกอภิปรายซักถามอย่างเต็มที่ ก่อนที่จะมีการโหวต ซึ่งคาดว่า จะได้โหวตนายกรัฐมนตรีในเวลาช่วงเย็น

เป็นเรื่องปกติที่หากมีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ประธานสภาฯ จะเปิดโอกาสให้ตอบข้อซักถาม และแสดงวิสัยทัศน์ไปในตัว ส่วนเสียง ส.ว. ที่จะโหวตให้ "นายพิธา" นายชัยธวัช กล่าวว่า มีกระแสกดดันในกลุ่ม ส.ว.ค่อนข้างมาก ทำให้ขณะนี้ ส.ว. ส่วนใหญ่มีท่าที ที่ไม่แสดงออกชัดเจน ซึ่งคงต้องรอดูในวันที่ 13 ก.ค.

เมื่อถามว่า ส.ว. ที่ไปพูดคุยส่งสัญญาณบวกมาบ้างหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า มีสัญญาณบวกแน่นอน ต้องยอมรับอย่างที่เรียนในวันนี้(11 ก.ค.) มีกระแสข่าวกดดัน ส.ว.ที่อาจจะถูกคาดหมายว่าจะโหวตให้ "นายพิธา" อย่างมาก

"ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรไม่ทราบ แต่กระแสข่าวมีเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นการส่งข้อความ ส่งคนไปพูดคุยกดดัน บางกระแสข่าวมีการพูดถึงขั้นแบล็กเมล์ด้วยซ้ำ หรือเสนอผลประโยชน์ต่างๆ ให้ ซึ่งหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นจริงๆ"

เมื่อถามว่า มี ส.ว.บางคนออกมาขู่พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลว่า อาจมีการยุบพรรคหากโหวตให้นายกรัฐมนตรี ที่มีคุณสมบัติขัดต่อรัฐธรรมนูญ นายชัยธวัช กล่าวว่า ไม่น่าเกี่ยวกัน ส.ว.บางคน เช่น นพ.อำพล จินดาวัฒนะ ที่บอกว่าไม่เกี่ยวกัน ซึ่งก็เป็นเช่นนั้น โดยจะมีข้อกล่าวหาอะไรก็ตามต่อนายพิธา เมื่อเข้าสู่กระบวนการไม่ว่า จะเป็นศาลหรือองค์กรอิสระ ยังไม่มีข้อยุติถึงที่สุด ก็ต้องถือว่า "นายพิธา" ยังไม่มีอะไรผิดและเป็นการแยกการทำหน้าที่อยู่แล้ว ระหว่างการตรวจสอบเรื่องคุณสมบัติกับการโหวตนายกรัฐมนตรีของสมาชิกรัฐสภา

ส่วนจะทำให้ ส.ส.ไม่กล้าโหวตให้หรือไม่นั้น นายชัยธวัช กล่าวว่า ตนเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแยกออก สิ่งที่กังวลมากกว่าคือ ความพยายามชูเรื่องความจงรักภักดี มาเป็นเกณฑ์ในการโหวตให้หรือไม่โหวต ตนคิดว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม เป็นการหมิ่นเหม่ที่จะเอาสถาบันมาปะทะกับการเลือกตั้ง ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อสถาบันในระบอบประชาธิปไตย

เมื่อถามว่า จะมีการแถลงจุดยืนเรื่องมาตรา 112 ก่อนการโหวตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (10 ก.ค.) ตนได้ทราบข่าวแม้กระทั่งว่า มีการส่งข้อความกันในหมู่ส.ว.ว่าต่อให้ "นายพิธา" พูดเช่นนั้นเช่นนี้ก็อย่าหลงชื่อ

"เข้าใจว่าท่านที่มีเจตนาแน่วแน่ว่า อย่างไรก็จะไม่โหวต ไม่ต้องการเห็นพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาล ก็จะมีเหตุผลร้อยแปด" เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าว

เมื่อถามว่า มีแผนสำรองหากโหวตครั้งแรกไม่ผ่านหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกันใน 8 พรรคร่วม มองว่ายังไม่ถึงวาระที่จะประชุม และยังไม่ได้มีการพูดคุยถึงจำนวนครั้งที่จะโหวต ซึ่งในที่ประชุม 8 พรรคร่วมในช่วงเช้า ก็มีผู้เสนอว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้ ส.ส.โหวตก่อนแล้วตามด้วย ส.ว. แต่ในที่ประชุมเห็นว่า ไม่ควรยกเว้นข้อบังคับ ยืนยันว่าทั้ง 8 พรรคจะเสนอชื่อ “นายพิธา” เสียงส่วนมากย้ำว่า การพูดคุยกับ ส.ว.จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

 

เมื่อถามว่า กังวลเรื่องการพิจารณาหุ้นสื่อของนายพิธาหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า เป็นไปตามที่นายพิธาทำหนังสือไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่มีการแจ้งข้อเท็จจริงตามข้อกฎหมาย ส่วนที่มีการกล่าวหานายพิธา ควรเปิดโอกาสให้นายพิธาได้ชี้แจงตามกระบวนการที่ควรจะเป็น ตอนนี้เกิดคำถามว่า ทำไมจึงลุกลี้ลุกลนจนมีกระแสข่าวว่าจะรวบรัดกกต.ให้พิจารณา มีธงหรือไม่ ที่จะส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ของนายพิธาก่อนที่จะมีการโหวตนายกรัฐมนตรี

ตนคิดว่ากกต.ต้องอธิบายให้ได้ว่า ทำไมจึงไม่มีกระบวนการเรียกนายพิธา จะอ้างว่าไม่จำเป็น ไม่ได้ เพราะตามระเบียบปกติ ควรจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนไต่สวน จะมีเช่นนั้นไปทำไม หาก กกต.จะส่งทุกเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งทางสื่อมวลชนก็ทราบว่า มีข้อเท็จจริงและข้อถกเถียงกันมากว่า ไอทีวีเป็นสื่อหรือไม่ ซึ่งคงฟันธงไม่ได้ว่า กกต.จะส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ แต่เป็นเรื่องน่าผิดสังเกต ตนหวังว่าจะไม่มีธงทางการเมือง แม้กกต.จะออกผลการพิจารณาในวันพรุ่งนี้ (12 ก.ค.) แต่อย่างไรก็ตาม ไม่มีผลต่อการโหวตนายกรัฐมนตรี

นายชัยธวัช กล่าวต่อ ในเรื่องที่ตนบอกว่า มีการส่งข้อความในกลุ่ม ส.ว.หวังว่าจะไม่เป็นความจริง ซึ่งพรรคก้าวไกล มีหน้าที่รับผิดชอบศักดิ์ศรีของประชาชน ตนไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานการณ์ที่นายพิธาจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี เป็น 50:50 ใช่หรือไม่ นายชัยธวัช ยิ้มก่อนกล่าวว่า ไม่ต้องการ 50 แต่ต้องการ 70