เนชั่นทีวี

การเมือง

"อนุทิน"นัดถกเด็กภท. 11 ก.ค.โหวตนายกฯย้ำให้หนุนต้องไม่เข้าเงื่อนไข 2 ข้อ

10 ก.ค. 2566 | chairat_pat

"อนุทิน"นัดถกเด็กภท. 11 ก.ค.โหวตนายกฯย้ำให้หนุนต้องไม่เข้าเงื่อนไข 2 ข้อ

"อนุทิน"นัดเด็กภูมิใจไทย 11 ก.ค. ถกแนวทางโหวตนายกฯ ย้ำจุดยืนตามแถลงการณ์ไม่หนุนพรรคแก้มาตรา 112 - ไม่เอารัฐบาลเสียงข้างน้อย ยันควรเสนอชื่อแคนดิเดตแค่ครั้งเดียว เมินถูกล่าแม่มดเพราะส.ส.มีเอกสิทธิ์และอย่าขู่ เพราะแตกแยกเปล่าๆ

10 กรกฎาคม 2566 "นายอนุทิน ชาญวีรกูล" รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 11 ก.ค. จะมีการประชุม ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย ในการกำหนดทิศทางเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 13 ก.ค.นี้  ซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งแรกหลังเปิดสภา เพื่อรับฟังความคิดเห็นของ ส.ส. ถึงสถานการณ์ทางการเมืองจะมีทิศทางในการลงมติในเรื่องต่าง ๆ

ทั้งนี้ ย้ำว่าหลักการของพรรคในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี เป็นไปตามแถลงการณ์ของพรรคที่ระบุว่าไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 112  โดยพรรคภูมิใจไทยไม่เคยกำหนดชื่อหรือตัวบุคคล ใครที่ประชาชนเลือกมาพรรคก็ให้เกียรติ แต่จะดูเรื่องอุดมการณ์และแนวทางของแต่ละพรรค ที่ต้องอธิบายให้กับประชาชนได้เข้าใจ ตอนนี้ตนไม่ต้องการพูดหรือไปตอกย้ำ เพราะว่าแถลงการณ์ของพรรคได้ออกไปแล้วยืนอยู่บนเจตนารมย์ของแถลงการณ์ 

ส่วนหากพรรคการเมืองยังยืนยันที่จะเสนอ "นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์" หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคก้าวไกล ซ้ำในกรณีที่โหวตครั้งแรกไม่ผ่าน โดยไม่มีประเด็นใหม่ พรรคภูมิใจไทยโหวตให้ได้กี่ครั้ง โดยนายอนุทิน ไม่ได้ตอบคำถาม แต่ระบุว่า ไม่ทราบเรื่องที่ กกต. จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความวินิจฉัยคุณสมบัติของนายพิธา จะเป็นเงื่อนไขในการพิจารณาโหวตให้หรือไม่ เพราะไม่ได้อยู่ในส่วนที่เกี่ยวข้อง ต้องฟังเสียง ส.ส.ในพรรค ว่ามีความเห็นอย่างไร 

ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลต่อสภานการณ์ของพรรคก้าวไกลหรือไม่ หลังลงพื้นที่ และมีประชาชนมารวมกันเพื่อ ส่งเสียงเรียกร้องถึงส.ส. และ สว. ให้สนับสนุนนายพิธาเป็นนายกฯ นายอนุทิน ระบุว่า เป็นสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดีไม่มีความวุ่นวายหรือความเสียหายอะไรเกิดขึ้น แต่ละพรรคก็มีแนวทาง จะไปวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ 

เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าไม่กลัวว่าจะถูกล่าแม่มดหลังจากการโหวตนายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่ นายอนุทิน ถามกลับ ว่า "ต้องกลัวหรือ ทำไมต้องกลัวล่ะ เราเป็น ส.ส. มีวิจารณญาณ มีเอกสิทธิ์ การใช้คำว่ากลัวหรือขู่ ตนมองว่าไม่มีประโยชน์ เพราะจะทำให้เกิดการแตกแยกเปล่าๆ"  

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ก็ต้องให้กำลังใจพรรคที่รวมเสียงข้างมากในการจัดตั้งรัฐบาลให้ราบรื่น เพราะหากตั้งได้ ก็จะเป็นผลดี พร้อมย้ำว่า การทำให้หลับลื่นและได้รับเสียงสนับสนุนจากทุกฝ่าย ก็เป็นเรื่องที่ดี จะตรงไหนที่สามารถถอยได้บ้าง

ส่วนความคาดหวังว่าจะมีการพลิกขั้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลกับฝ่ายค้านจบไปตั้งแต่การเลือกตั้งแล้ว และตอนนี้เมื่อมีการรับรอง ส.ส. ก็มีเพียงจุดยืนของแต่ละพรรค ซึ่งของภูมิใจไทยก็ยืนยันว่าไม่สนับสนุนการแก้ไขมาตรา 112 และไม่สนับสนุนรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งต้องรอดูในวันโหวตนายกว่าพรรคการเมืองจะเสนออะไรขึ้นมา เพราะพรรคภูมิใจไทย เป็นพรรคลำดับที่ 3 ยังไม่ได้มีบทบาทในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล 

"หากพรรคเพื่อไทยขึ้นมาเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลแทน ก็ต้องดูว่าจะรวมกับใคร พรรคการเมืองไหนที่สามารถร่วมงานได้ หรือร่วมงานไม่ได้ มีความลำบากใจที่จะร่วมงานหรือไม่" นายอนุทิน ระบุ

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า การโหวตนายกควรจะโหวตเพียงครั้งเดียว เพื่อให้ได้ผู้นำตามหลักประชาธิปไตย เมื่อเสนอชื่อเข้ามาครั้งเดียวแล้วไม่ได้เสียงข้างมาก ก็ต้องเคารพกติกาโดยการไปเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งมีวิธีการ และบทบัญญัติกำหนดอยู่ ที่ต้องตีความโดยขึ้นอยู่กับ ประธานรัฐสภาจะวินิจฉัยอย่างไร และหากจะมีการเสนอซ้ำ ก็ต้องขอมติจากที่ประชุมก่อน

ส่วนจะต้องมีการหารือกับฝ่ายรัฐบาลเดิมเพื่อให้แนวทางการโหวตเป็นไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่นั้น ส่วนตัวยืนยันว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยอะไรกัน พร้อมย้ำว่าขณะนี้ไม่มีซีกแล้ว ตนเคยพูดตั้งแต่ปี 2562 แล้วว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่ยอมให้ได้รัฐบาลมา โดยที่มีเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่ง และให้ ส.ว. มาช่วยโหวต สร้างรัฐบาลขึ้นมา ขอยืนยันยังรักษาคำพูดอยู่เหมือนเดิม หากรวมเสียง 188 แล้ว ส.ว. โหวตให้ ก็เกิน 376 เสียง แต่ค้านกับจุดยืนพรรคภูมิใจไทย

ทั้งนี้ อย่าบอกว่าเป็นการปิดประตูซีก 188 เสียง แต่ต้องทำตามระบอบประชาธิปไตยโดยตรง ได้รัฐบาลเสียงข้างมาก ไม่ใช่ว่าเมื่อไปรวมเสียงได้เสียงข้างน้อย เมื่อ ส.ว.ส่งเป็นรัฐบาลเสร็จ รัฐบาลกลายเป็นเสียงข้างน้อยทันทีจะทำงานอย่างไร ก็ต้องมีการลาออก ยุบสภา ทำให้ประชาชนเดือดร้อน เสียงบประมาณอีก และย้ำว่าผู้ที่จะได้เสียงสนับสนุนจากพรรคภูมิใจไทย จะต้องไม่เข้าเงื่อนไข 2 ข้อ คือ

  1. พรรคภูมิใจไทยไม่สนับสนุนการยุ่งเกี่ยวกับ ม.112
  2. ไม่เอารัฐบาลเสียงข้างน้อย "ยังเหมือนเดิม พูดแล้วทำ" 

 

ข่าวล่าสุด