ขณะที่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า การจะมีรัฐธรรมนูญใหม่ได้ต้องมี ส.ว. 1 ใน 3 มาร่วมแก้รัฐธรรมนูญ ในสมัยที่ผ่านมามีการเสนอแก้รัฐธรรมนูญจากภาคส่วนต่างๆ 22 ครั้ง บางครั้งมีการยิงแก๊สน้ำตามาสลายการชุมนุมหน้ารัฐสภา ทั้งนี้ เหลือเวลาอีก 10 เดือนกว่าๆ วิกฤตนี้จะบรรเทาลง เพราะ ส.ว.ชุดปัจจุบันจะหมดอายุในวันที่ 11 พ.ค. 2567
นอกจากนี้ คนจำนวนมากมีความหวังว่าวันที่ 13 ก.ค.นี้ จะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี แต่วันนี้ (8ก.ค.) กลับมี ส.ว.มาร่วมเลือกนายกฯ ซึ่งตนตีความว่า ตอนจะเลือกนายกฯ ต้องให้สภาผู้แทนราษฎรเลือกบุคคลที่จะเป็นนายกฯก่อน
อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 159 วรรคสอง ระบุว่า การคัดเลือกเสนอบุคคลที่จะเป็นนายกฯ ให้ทำในสภาผู้แทนราษฎร โดยให้มีเสียงรับรอง 1 ใน 10 ดังนั้น หากมีการโหวต โดย ส.ส.ก่อนว่า ใครสมควรเป็นนายกฯ หากเสียงข้างมาก คือ "นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์" หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกฯ ได้ 312 เสียง ค่อยขอความเห็นชอบในที่ประชุมรัฐสภา
"ผมไม่หวังกับ 10 เดือนที่ ส.ว.คณะนี้ยังอยู่ แต่เมื่อพ้นจากวันที่ 11 พฤษภาคม 2567 จะมี ส.ว.ชุดใหม่ ซึ่งหากดูในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา จะมาจาก 20 กว่ากลุ่มเพื่อเข้ามาเป็น ส.ว. โดย ส.ว.ชุดนี้ อาจจะเรียกร้องให้แก้รัฐธรรมนูญเร็วกว่าส.ส.เสียอีก" พ.ต.อ.ทวี กล่าว
ด้านนายพริษฐ์ กล่าวว่า พรรคก้าวไกลยืนยันตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง ว่าภารกิจคือฟื้นฟูประชาธิปไตย นำพาการเมืองกลับสู่ประชาธิปไตยปกติ องค์ประกอบสำคัญของการฟื้นฟูประชาธิปไตย คือ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เนื่องจากรัฐธรรมนูญ 60 มีการฝังอาวุธไว้ 3 ชนิด คือ
- วุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งแต่มีอำนาจล้นฟ้า
- ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระ ซึ่งกระบวนการแต่งตั้งและได้มาถูกผูกขาดจาก ส.ว. 250 คน
- ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่เปิดช่องให้ขับไล่รัฐบาล และนายกฯ ได้หากไม่ได้ดำเนินนโยบายตามยุทธศาสตร์ชาติ นี่คือความอันตรายของรัฐธรรมนูญ 60 เพื่อใช้ในการสืบทอดอำนาจ
ทั้งหมดเป็นเหตุผลว่าทำไมพรรคก้าวไกลจึงยืนยันจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเป็นจุดยืนตรงกันของทั้ง 8 พรรคร่วม ซึ่งนอกจากกระบวนการหลักในการแก้ไข การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ถือว่าเป็นอีกวิธีการที่รัฐสภาต้องออกแบบ ว่าจะแก้ไขอย่างไร รวมถึงการรณรงค์ของภาคประชาชน
"ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับรัฐสภาเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับรัฐบาลที่ต้องการให้การแก้ไขขับเคลื่อนไปได้อย่างรวดเร็วที่สุดด้วย การที่มีรัฐสภาที่มีเจตจำนงชัดเจน ว่าต้องการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่จะทำให้เกิดขึ้นได้เร็ว โดยมีกระบวนการรับฟังความเห็น ความคิดทางสังคมเพิ่มมากขึ้นด้วยแน่นอน" นายพริษฐ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงท้ายของการเสวนาได้มีการแสดงสัญลักษณ์ชูนิ้วก้อยร่วมกันของตัวแทนพรรคการเมือง และภาคประชาชน ที่เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเป็นการเกี่ยวก้อยคำมั่นสัญญาระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลกับภาคประชาชน ที่จะเดินหน้าร่วมกันเพื่อผลักดันการร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยเร็ว ซึ่งการร่างรัฐธรรมนูญต้องทำโดย ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญต้องเปิดรับฟังความคิดเห็น โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน