ขณะที่แหล่งข่าวพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ปัญหาเรื่องตำแหน่งประธานสภาฯ แม้แกนนำพรรคจะเคยประกาศว่ายึดพรรคอันดับ 1 แต่เมื่อฟังเสียงและความเห็นจาก ส.ส. ภายในพรรค ยืนยันว่าตำแหน่งประธานสภาฯ จะต้องเป็นของพรรคเพื่อไทย ดังนั้นกรรมการบริหารพรรคและแกนนำพรรคจะต้องฟังเสียงจากคนในพรรค รวมถึงยึดหลักการเดิมที่ได้เสนอไปกับพรรคก้าวไกล คือ สูตร 14+1 ทั้งนี้ หากต่างฝ่ายต่างไม่ยอมอาจจะต้องพิจารณาข้อเสนอเรื่องตำแหน่งกันใหม่ โดยอาจจะต้องมีการปรับสูตรพรรคก้าวไกลเป็น 15+1 ส่วนพรรคเพื่อไทยเป็น 13+1 แต่พรรคเพื่อไทยจะต้องพิจารณาว่า คุ้มค่าหรือไม่ที่จะเสียเก้าอี้รัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง เพื่อแลกกับเก้าอี้ประธานสภาฯ 1 ตำแหน่ง
แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย ระบุอีกว่า หากเป็นสูตรปรับตำแหน่ง 15+1 และ 13+1 นั้น ส่วนตัวมองว่าจะทำให้ทั้งสองพรรคไม่เสียหน้า หากยังตกลงกันไม่ได้และ ส.ส. เพื่อไทยยังยืนกรานที่จะกอดตำแหน่งประธานสภาฯ ไว้ให้ได้ ก็อาจจะต้องปล่อยฟรีโหวต ซึ่งไม่อยากให้สถานการณ์ไปถึงจุดนั้น
พร้อมกันนี้มีรายงานข่าวว่า ในวันที่ 29 มิ.ย. พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล จะมีการหารือกันเพื่อตกผลึกเรื่องตำแหน่งประธานสภา ก่อนจะนัดคุย 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลอีกครั้งในวันที่ 2 ก.ค. เวลาประมาณ 10.00น. ณ ที่ทำการพรรคก้าวไกล