แล้วดาวสภาก็เจิดจรัสอีกดวง เมื่อการเลือกตั้ง ส.ส.ขอนแก่น ปี 2531 “อดิศร” สวมเสื้อพรรคมวลชนลงชิงชัย ด้วยแรงผลักดันอย่างเต็มกำลังของ ร.ต.อ.เฉลิม จนได้เป็น ส.ส.สมัยแรก เดินเข้าสู่สภาผู้ทรงเกียรติอย่างสง่างาม
“มหาจำลอง” มอบเก้าอี้เสนาบดีแรก
ในปี 34 วัฏจักรการเมืองไทยกับทหารก็วนกลับมาอีกครั้ง เมื่อเกิดการรัฐประหาร จากคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) สมัย พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ก่อนจะลุกลามไปถึงพฤษภาทมิฬ ปี 35 ซึ่งก่อนหน้านั้น ร.ต.อ.เฉลิมและครอบครัวต้องปลีกตัวออกนอกประเทศไปอยู่เดนมาร์ก เมื่อกลับเมืองไทย ได้นำพรรคมวลชนลงสู่สนามเลือกตั้ง 2535/1 แบบรักษาหน้า
แต่คราวนี้ “สหายศร” สอบตก แต่ต่อมาในปีเดียวกัน กลับมาสอบเลื่อนชั้นได้พร้อมเกียรตินิยม อันดับ 1 เมื่อย้ายไปใส่เสื้อม่อฮ่อมกับ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง พรรคพลังธรรม “อดิศร” กวาด ส.ส.ขอนแก่น ยกเขต 3 คน ขึ้นเป็นเสนาบดีครั้งแรกในตำแหน่ง รมช.ศึกษาฯ
แต่ดูเหมือนชะตาชีวิตของเขา จะเป็นศิลปินทางการเมือง เพราะโบยบินย้ายสังกัดพรรคไปเรื่อย โดยปี 2538 ไปอยู่พรรคนำไทย ถัดไปในปี 2539 ไปอยู่พรรคความหวังใหม่ และได้นั่งเก้าอี้เสนาบดีอีกครั้งในตำแหน่ง รมช.วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีฯ
ขวัญใจ “ทักษิณ”
กระทั่งปี 2548 “อดิศร” รับบทดาวไฮด์ปาร์คของพรรคไทยรักไทย “ถือแคน” ท่องปราศรัยทั่วประเทศ จนได้เป็นรัฐบาล ผลงานโดนใจ “ทักษิณ” เป็นยิ่งนัก คล้องมาลัย รมช.คมนาคม และรมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นรางวัลให้ตามลำดับ