เนชั่นทีวี

การเมือง

มองผ่านเลนส์ "ก้าวไกล-เพื่อไทย" ศึกชิงประธานสภา

22 มิ.ย. 2566 | chairat_pat

มองผ่านเลนส์ "ก้าวไกล-เพื่อไทย" ศึกชิงประธานสภา

ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ให้หลายฝ่ายต่างจ้องมอง โดยเฉพาะการชิงตำแหน่งประมุขนิติบัญญัติ ระหว่าง 2 พรรคใหญ่ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล อย่าง "ก้าวไกล" และ "เพื่อไทย" ต่อบทสรุปสุดท้ายว่าใครจะได้เก้าอี้นี้ไปครอบครอง

โดย "ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น" ผอ.เนชั่นโพล นักรัฐศาสตร์ชื่อดัง ในฐานะผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช สะท้อนปรากฏการณ์นี้ พร้อมไขปริศนาถึงเหตุแห่งความวุ่นวายกับเก้าอี้ประธานสภา ว่า

เป็นเรื่องของแว่น 2 เลนส์ คือ "เลนส์ส้ม" VS "เลนส์แดง"

เริ่มจาก “เลนส์ก้าวไกล” หรือ “เลนส์ส้ม” ไม่มีอะไรซับซ้อน อ่านได้ทะลุปรุโปร่งว่า ก้าวไกลต้องการตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร เพราะมีเป้าหมายชัด 2 ประการ คือ

ประการแรก…เพื่อคุมเกมการเลือกนายกรัฐมนตรีให้อยู่ในมือ "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์"  

ประการที่สอง…คุมจังหวะวาระในการผลักดันร่างกฎหมายตามที่หาเสียงเอาไว้ ซึ่งเป็นกฎหมายที่จะรับประกันว่าอุดมการณ์ของพรรคก้าวไกลจะเกิดขึ้นเป็นจริง

มองผ่านเลนส์ "ก้าวไกล-เพื่อไทย" ศึกชิงประธานสภา

ส่วน "เลนส์เพื่อไทย" หรือ "เลนส์แดง" มองผ่านท่าที ส.ส.ของพรรค

-ต้องการรักษาไว้ซึ่งศักดิ์ศรีในการเป็นพรรคอันดับหนึ่งมาตลอด 2 ทศวรรษ เพราะเพิ่งพลาดท่าครั้งแรกให้กับก้าวไกลหนนี้ หากรักษาศักดิ์ศรีของพรรคไว้ได้ ย่อมเท่ากับว่าสามารถรักษาพลังต่อรองทางการเมืองไว้ในสถานะระดับสูงไว้เสมอ

-หากรักษาพลังต่อรองได้ ผลประโยชน์และทรัพยากรทางการเมืองอื่นๆ จะตามมาอีกมาก

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น

-หวังผลกลับมาเป็นพรรคอันดับหนึ่งในการเลือกตั้งรอบหน้า

-ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ มีศักดิ์ศรีเทียบเท่า ประมุขฝ่ายบริหาร

-คนเพื่อไทยกลุ่มนี้มองว่าพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลจัดอยู่ในระดับ (level) เดียวกัน ดังนั้น เมื่อก้าวไกลได้มงกุฎแห่งศักดิ์ศรีในฝ่ายบริหาร คือ นายกรัฐมนตรี เพื่อไทยก็ควรได้ประมุขในฝ่ายนิติบัญญัติ คือ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

-การที่ 2 พรรคมีจำนวน ส.ส. ห่างกันเพียง 10 เสียง และยังมาเป็นพันธมิตรร่วมฝ่ายรัฐบาลด้วยกันอีก ถือได้ว่ามีศักดิ์มีศรีเทียบเคียงกัน ในภาษานักเล่นเกมส์ออนไลน์บอกว่า "อยู่เวลเดียวกัน" ต่างจากอดีตที่พรรคอันดับหนึ่งและอันดับสองที่มี ส.ส.ใกล้เคียงกัน จะอยู่ฝ่ยตรางข้ามกันตลอด

-เป็นการร่วมรัฐบาลในแบบ "เธอขาดฉันไม่ได้" ความหมาย คือ ก้าวไกลขาดเพื่อไทยไม่ได้ จึงออกมาในรูปแบบที่พรรคเพื่อไทยเรียกร้องหาศักดิ์ศรีของความเป็นพรรคที่จัดอยู่ในระดับเดียวกัน

มองผ่านเลนส์ "ก้าวไกล-เพื่อไทย" ศึกชิงประธานสภา

-ความหมายอีกนัยหนึ่งทางการเมืองก็คือ ตอนนี้เพื่อไทยกำลังเรียกร้องหาสปิริตของพรรคก้าวไกล ว่าจะมีน้ำใจเห็นแก่เพื่อนร่วมอุดมการณ์ตั้งรัฐบาลด้วยกันหรือไม่ เพราะเพื่อไทยไม่แข่งจัดตั้งรัฐบาล และยกตำแหน่งประมุขฝ่ายบริหาร คือนายกรัฐมนตรีให้พรรคก้าวไกลแล้ว ก้าวไกลต่างหากที่จะตอบแทนคืน โดยช่วยรักษาศักดิ์ศรีความเป็นพรรคขนาดใหญ่ในระดับเดียวกันของเพื่อไทย ยอมหลีกทางให้พรรคเพื่อไทยได้ครองตำแหน่งประธานสภา

นี่คือบททดสอบใจ เป็นการทวงเอาศักดิ์ศรีคืนมา เพราะ "ฉันยอมเธอแล้ว แต่เธอจะยอมฉันบ้างได้หรือไม่"

ข่าวล่าสุด