เนชั่นทีวี

การเมือง

"ศิธา" ห่วง "หยก" ถูกผลักออกจากระบบศึกษา ไม่แฟร์ถูกกดดันหนักถึงขั้นปีนรั้ว

19 มิ.ย. 2566 | sirisak_rue

"ศิธา" ห่วง "หยก" ถูกผลักออกจากระบบศึกษา ไม่แฟร์ถูกกดดันหนักถึงขั้นปีนรั้ว

"ศิธา" ห่วง "หยก" ไม่ควรถูกผลักออกจากระบบการศึกษา ชี้เด็กต้องการใส่ชุดไปรเวท คือการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์หลังถูกกดดันหนัก แนะ ถอยคนละก้าวมิเช่นนั้นไม่จบ ชี้ ประชาธิปไตยคือเคารพกฎในสิทธิเสรีภาพผู้อื่น

19 มิถุนายน 2566 น.ต.ศิธา ทิวารี แกนนำพรรคไทยสร้างไทย แสดงความคิดเห็นถึงกรณี หยก เยาวชนนักเคลื่อนไหวทางการเมือง อายุ 15 ปี ที่มีปัญหาไม่ได้รับสถานะ “นักเรียน” จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พัฒนาการ  โดยมองว่า เด็กทุกคนไม่ควรที่จะต้องหลุดพ้นจากระบบการศึกษา และการแสดงออกต่าง ๆ หากมีการแสดงอะไรที่ดูรุนแรงเกินไป หรืออาจจะมีความเป็นตัวเองสูงนั้น ตนมองว่า เยาวชนก็คือเยาวชน
 


"ศิธา" ห่วง "หยก" ถูกผลักออกจากระบบศึกษา ไม่แฟร์ถูกกดดันหนักถึงขั้นปีนรั้ว

หากได้พูดคุยกันและรับฟังในความคิดเห็นของเขา ก็น่าจะมีทางออก หากเปรียบกับม้า เราอาจจะชอบขี่ม้าที่เชื่อง นิ่ง ๆ เป็นม้าแกลบ แต่เวลาไปแข่งที่ไหน มันก็ไม่ขนะ แต่ถ้าที่มีกำลังวังชา เอาไปวิ่งที่ถูกที่ควร เชื่อว่าจะเป็นม้าชนะ และทำประโยชน์ให้ประเทศชาติได้

เช่นเดียวกับเยาวชน ควรเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ควรไปพูดคุย รวมถึงกลไกต่าง ๆ ที่จะวินิจฉัยที่จะพ้นจากการศึกษา หรือควรจะได้เรียนต่อ ก็ควรจะวินิจฉัยอย่างตรงไปตรงมา เพราะขณะนี้โรงเรียนชี้แจงว่า เรื่องต่างๆที่มองว่าผิดระเบียบ ไม่ได้เป็นเกณฑ์ที่ทำให้พ้นสภาพการเป็นนักเรียน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องพูดคุยกัน แต่ที่ต้องพ้นสภาพเพราะเรื่องของการมอบตัว

"ศิธา" ห่วง "หยก" ถูกผลักออกจากระบบศึกษา ไม่แฟร์ถูกกดดันหนักถึงขั้นปีนรั้ว

ดังนั้นจึงมองว่า ควรเป็นเรื่องที่จะต้องมาพูดคุยกันตรงกลางแบบพอดี ๆ และหากจะให้หลุดจากโรงเรียนในปัจจุบันจะมีสถานศึกษาใดรองรับ เพราะเด็กก็เติบโตขึ้นมาเรื่อย ๆ ซึ่งจะโตจากเยาวชน ไปเป็นประชาชนที่ไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษา

ส่วนกรณีที่การหารือ 3 ฝ่ายในวันนี้ ไม่มีตัวแทนของโรงเรียนเข้าร่วมหารือนั้น ตนยังไม่เห็นในรายละเอียด แต่พูดได้แค่หลักการ ว่าเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ต้องพูดคุยกัน และเด็กไม่ควรหลุดออกจากระบบการศึกษา เพราะไม่ได้กระทบแค่เด็กคนเดียว แต่กระทบทั้งระบบการศึกษาที่ไม่ควรจะเจอเรื่องแบบนี้ หากผิดก็ว่ากันไป อะไรที่ไม่เหมาะไม่ควร ก็ควรจะเป็นการคาดโทษหรือตักเตือน แต่ไม่ควรเอาหลายเรื่องมารวมกัน

น.ต.ศิธา ยังกล่าวถึงกรณีที่กระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์ที่ "หยก" ไม่ได้ปฏบัติตามกฎระเบียบว่า เยาวชนสู้เรื่องสิทธิเสรีภาพ และคนเข้าใจว่า "เผด็จการอยู่ตรงข้ามกับประชาธิปไตย" และไม่ใช่ว่าสิทธิเสรีภาพคือประชาธิปไตย ส่วนตัวเห็นว่า ผิดถูกก็ต้องว่ากัน แนะต้องถามนักวิชาการ ส่วนตัวมองว่าเผด็จการอยู่ตรงข้ามสิทธิเสรีภาพ ประชาธิปไตยคือกฎเกณฑ์ให้ใช้สิทธิเสรีภาพในสังคมร่วมกันได้ โดยไม่กระทบสิทธิเสรีภาพผู้อื่น  ซึ่งสิทธิเสรีภาพที่มากเกินไป อาจจะไปรบกวนสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น และสังคมไม่มีระเบียบแบบแผน

"ศิธา" ห่วง "หยก" ถูกผลักออกจากระบบศึกษา ไม่แฟร์ถูกกดดันหนักถึงขั้นปีนรั้ว

"ทั่วโลกยอมรับว่า ระบบประชาธิปไตย คือกลไก กฎหมายหรือข้อบังคับ หรืออยู่ตรงกลางระหว่างเผด็จการและสิทธิเสรีภาพ ที่จะทำให้คนหมู่มากอยู่ร่วมกัน มีตั้งแต่ครอบครัว ซึ่งเหตุการณ์นี้ หากมุ่งสิทธิเสรีภาพมากไป แต่ไปรวบกวนสิทธิผู้อื่น ทำให้สังคมไม่สามารถอยู่แบบมีแบบแผน หรือไม่เอียงไปทางเผด็จการควรหาจุดพอดีกึ่งกลาง" น.ต.ศิธา กล่าว 

ส่วนการใส่ชุดไปรเวท คือ สิ่งที่เยาวชนต้องการสื่อ และมีหลายคนต้องการแสดงเชิงสัญลักษณ์มาก และคนที่ถูกกดดัน หรือโดยนายทุนกลั่นแกล้งไม่สามารถแจ้งความได้ จึงแสดงออก เช่น การปีนเสาไฟ เป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ว่าถูกกดดันอยู่ พร้อมย้ำถ้าไม่ถอยคนละก้าว แล้วหันหน้าคุยกันสังคมก็จะเป็นเช่นนี้

ข่าวล่าสุด