“พอหยก โดนสังคมตำหนิมากเข้าเรียกว่า "กระแสตีกลับ" จึงต้องกลับมาดูสิ่งที่พรรคก้าวไกลทำคือ การแถลงการณ์ว่าพรรคตนไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องของ "หยก" เหมือนกับคนมีความสัมพันธ์กันจนมีลูก พอมีลูก ลูกทำผิดตามที่พ่อแม่สอนมา คนเป็นพ่อแม่กลับตัดหางทิ้ง และประกาศไม่ใช่ลูกตนเอง” ดร.แทนคุณ กล่าวและกล่าวต่อ
ก่อนหน้านี้ในช่วงเลือกตั้ง พรรคก้าวไกลรณรงค์เรื่องนี้และกำหนดเป็นนโยบายพรรคอย่างจริงจัง มีการสนับสนุนแกนนำผู้ชุมนุมจนต่อเนื่องมาถึง การกระทำของ "หยก" ดังนั้นการกระทำของพรรคก้าวไกล จึงถือเป็นการกระทำที่ไร้สามัญสำนึก ไร้ความรับผิดชอบต่อเยาวชนและสังคม สะท้อนถึงการกระทำที่เป็นภัยคุกคามต่อสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพอย่างแท้จริง กล่าวคือ มีการปลุกปั่นหลอกลวง ให้หลงเชื่อ และเมื่อเกิดผลกระทบต่อชีวิตเยาวชนที่หลงเชื่อ จนเป็นเหตุให้ละเมิดกฎหมายบ้านเมืองในหลายเรื่อง ทั้งมาตรา 112 และกฎหมายอื่นๆ อันจะกลายเป็นสาเหตุให้บ้านเมืองวุ่นวาย ครอบครัวแตกแยก เยาวชนก้าวร้าวรุนแรงสุดโต่ง โดยถือว่าสิ่งเหล่านี้ คือส่วนขยายของลัทธิคลั่งเสรีภาพที่ก้าวร้าวแบบสุดโต่งนั่นเอง