"โรม" จวก กกต.ใช้ ม.151 กลั่นแกล้ง "พิธา" หวังผลทางการเมือง
10 มิ.ย. 2566 | sirisak_rue

"รังสิมันต์ โรม" จวก กกต.ใช้แผนงัด ม.151 หวังกลั่นแกล้ง "พิธา" หวังผลทางการเมือง ลั่นใครก็ขวางเป็นนายกฯ ไม่ได้
การเมือง
10 มิ.ย. 2566 | sirisak_rue

"รังสิมันต์ โรม" จวก กกต.ใช้แผนงัด ม.151 หวังกลั่นแกล้ง "พิธา" หวังผลทางการเมือง ลั่นใครก็ขวางเป็นนายกฯ ไม่ได้
10 มิถุนายน 2566 นายรังสิมันต์ โรม ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตั้งเรื่องไต่สวน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นบุคคลมีลักษณะต้องห้าม มิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ตามมาตรา 151 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.นั้น ว่า ขณะนี้ก็ต้องบอกว่า มันมีความพยายามกลั่นแกล้งทางการเมืองอย่างแน่นอน เป็นกรณีที่ต้องการเตะตัดขาพรรคก้าวไกลในการตั้งรัฐบาล และเตะตัดขาไม่ให้ นายพิธา มาเป็นนายกรัฐมนตรี
ในส่วนของพรรคก้าวไกล ยืนยันเต็มที่ว่า เราจะสู้ตามกระบวนการ จะพิสูจน์ในเรื่องของคดีความต่างๆ ตามพยานหลักฐานที่มี และยืนยันในความบริสุทธิ์ของเรา ซึ่งต้องบอกว่า การทำแบบนี้ ประชาชนเขาดูออก เขารู้ว่า มันเป็นเรื่องที่มันมีจุดมุ่งทางการเมืองของคนบางกลุ่ม ที่ต้องการทำลายพรรคก้าวไกล ซึ่งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว สมัยพรรคอนาคตใหม่ เขาก็พยายามทำแบบนี้ วันเวลาผ่านมาถึงขนาดนี้เราก็มองว่าประชาชนยิ่งเห็นอย่างชัดเจนสว่างจ้าในดวงตาว่า กรณีแบบนี้เป็นความพยายามทำให้เหมือนกับที่มันเคยเกิดขึ้นกับพรรคอนาคตใหม่
นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า เชื่อว่าสถานการณ์ทางการเมืองสมัยพรรคอนาคตใหม่กับตอนนี้ ต่างกันอย่างสิ้นเชิง เชื่อว่าวันนี้สถานการณ์การเมืองเปลี่ยนไปแล้ว เราเชื่อว่า คนที่ต้องการใช้กระบวนการทางการเมืองทั้งหลายจะไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากว่า กรณีนี้จะต้องมีการดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมายซึ่งจะต้องใช้เวลา เรามั่นใจว่า ภายใต้ระยะเวลาที่จะต้องมีการพิสูจน์กันในศาล มันจะเป็นคนละกรณีกับการที่จะต้องเลือกนายกรัฐมนตรี นั่นหมายความว่า เราสามารถที่จะโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีก่อนได้
โดยตนยังเชื่อว่า เราจะได้เห็นนายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน ส่วนในขั้นตอนทางกฎหมายขณะที่นายพิธา เป็นนายกฯ ก็ต้องไปว่ากัน ยังคงยืนยันว่า ต้องไปพิสูจน์กันในศาล แต่กระบวนการนี้จะไม่มีทางขัดขวางนายพิธาเป็นนายกฯ ได้
เมื่อถามว่า บทเดิมและผู้กำกับคนเดิมตลอดหลายปีที่ผ่านมา บทสรุปสุดท้ายของหนังฉากนี้จะจบแบบเดิมหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ผู้กำกับรอบที่แล้วเขาคาดว่า จะทำลายพรรคอนาคตใหม่ได้ แต่สิ่งที่เขาได้ คือ พรรคก้าวไกล ที่มีประชาชนพร้อมเคียงข้างและสนับสนุนมากกว่าเดิม ดังนั้นตนคิดว่า คนที่พยายามจะกำหนดอนาคตของพรรคก้าวไกลแล้วหวังว่ามันจะทำลายพรรคก้าวไกลได้ มันจะไม่มีทางเป็นแบบนั้น เราได้พิสูจน์มาแล้วตั้งแต่อนาคตใหม่ว่า มันไม่มีทางจบแบบที่เขาต้องการ
เมื่อถามว่า ฝ่ายกฎหมายพรรคก้าวไกลเตรียมรับมือในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง นายรังสิมันต์ กล่าวว่า คงมีการเตรียมการอยู่แล้ว แต่เราคงไม่เปิดข้อสอบให้ใคร ดังนั้นตนคงไม่สามารถลงในรายละเอียดอะไรได้ ในเรื่องงบของการต่อสู้คดีต่างๆ แต่ยืนยันว่า พรรคก้าวไกลเรามั่นใจในเรื่องของการต่อสู้คดี