เจตนารมณ์นั้น หากเปรียบเทียบให้เห็น คือ “เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ” กับ “เป็นผู้ถือหุ้นในกิจการสื่อมวลชนใดๆ” คำว่า "เจ้าของ" เป็นตัวหลัก "ผู้ถือหุ้น" เป็นตัวรอง แสดงให้เห็นเจตนารมณ์ว่า “ผู้ถือหุ้น” ในที่นี้เปรียบได้กับเจ้าของที่ถือครองหนังสือพิมพ์ กับผู้ถือหุ้นหนังสือพิมพ์ แบบไหนหนักว่ากันแน่นอนว่า “เจ้าของ” ต้องโทษหนักกว่า เพราะสามารถครอบงำกิจการได้ โดยทั่วไปหมายถึงต้องถือหุ้น 10% ขึ้นไป เพราะจะมีอำนาจแต่งตั้งกรรมการบริษัทได้ ไม่ใช่รายเล็ก ๆ เช่น ผู้ถือหุ้น 3.5%, 0.35%, 0.035%, 0.0035%
โดยส่วนตัวสรุปได้ว่านายพิธา ไม่ได้ขาดคุณสมบัติ ไม่มีไก่ จึงฟ้องลักไก่ไม่ได้ ซึ่งไม่ขาดคุณสมบัติตามาตรา 42 (3) ดังนี้
1. หุ้น ITV ได้จากกองมรดกตกทอด ที่ถือในนาม ผู้จัดการมรดก ยังไม่ทราบว่าใครสมควรได้มรดกนี้
2. หุ้น ITV ในกองมรดก มูลค่าเพียง 67,000 บาท หรือ 0.0035% ไม่สามารถครอบงำกิจการได้ (=10% แต่งตั้งกรรมการบริษัท)
3. สาธารณชนใจตรงกันว่า ITV ไม่ได้ทำหน้าที่สื่อมวลชนตลอดการเลือกตั้ง ไม่สามารถให้คุณ ให้โทษทางการเมืองแก่พรรค์ใด ๆ ได้
4. แม้ ITV ประสงค์จะเป็นสื่อสารมวลชน ก็ยังไม่มีสิทธิเป็นสื่อฯได้อยู่ดี เพราะไม่มีคลื่นความถี่ ที่ได้รับอนุญาต
ตนจึงสรุปได้ว่านายพิธา เชื่อด้วยความบริสุทธิ์ใจว่า ไม่ได้มีลักษณะต้องห้าม มาตรา 42(3) ดังนั้น คำร้องที่ว่า “รู้อยู่แก่ใจ” หรือ “รู้อยู่แล้ว” จึงตกไป