"ส.ว.สมชาย" แนะ 5 ขั้นตอน "กกต." ควรเร่งดำเนินการ ปมพิธาถือหุ้นไอทีวี
10 มิ.ย. 2566 | sirisak_rue

"ส.ว.สมชาย" แนะ 5 ขั้นตอน "กกต." ควรเร่งดำเนินการ ปมพิธาถือหุ้นไอทีวี ชี้คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ผูกพันทุกองค์กร
การเมือง
10 มิ.ย. 2566 | sirisak_rue

"ส.ว.สมชาย" แนะ 5 ขั้นตอน "กกต." ควรเร่งดำเนินการ ปมพิธาถือหุ้นไอทีวี ชี้คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ผูกพันทุกองค์กร
10 มิถุนายน 2566 นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เปิดเผยว่า เมื่อคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่รับคำร้องหุ้นสื่อ ITV ของ 3 ผู้ร้องแล้ว แต่รับไว้เองในฐานะความปรากฏ ต่อกกต. เพื่อดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. มาตราตรา 151 แล้ว ตนจึงขอเสนอความเห็นเพื่อกกต. พิจารณาดำเนินการตามที่เห็นสมควรในขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้
1. รับรองผลการเลือกตั้งสส.ของนายพิธา โดยเร็วหรือภายในระยะเวลา ที่กฎหมายกำหนดไม่เกิน 60 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง
2. หลังการรับรอง ส.ส.แล้ว กกต.ต้องเป็นผู้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเองในฐานะความปรากฎแก่กกต. โดยใช้ตามมาตรา 82 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า
(2.1) นายพิธา ขาดคุณสมบัติและขัดรัฐธรรมนูญตามลักษณะต้องห้ามการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรตามรัฐธรรมนูญมาตรา101(6) ประกอบมาตรา98(3)
(2.2) ขาดคุณสมบัติแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา88 มาตรา89 และมาตรา160
กรณีนี้จึงไม่จำเป็นต้องให้ส.ส. เข้าชื่อ1 ใน 10 ร้องต่อประธานสภา เพื่อขอให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญมาตรา82 อีก เพราะความปรากฎตามที่กกต. รับไว้เอง และกกต. ต้องสอบสวนจนมีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า นายพิธา น่ามีลักษณะต้องห้ามอันเป็นการขาดคุณสมบัติส.ส. และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแล้ว จึงร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย
3. กกต. ร้องขอต่อศาลรัฐธรรมนูญให้นายพิธา หยุดปฏิบัติหน้าที่ เช่นเดียวกับคดีอื่น ๆ ที่ผ่านมา เช่นคดีที่กกต. ร้องคดีนายธนาธร หรือ คดีที่ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านเข้าชื่อร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญคดีวาระ 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ ฯลฯ
โดยขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลจะมีคําวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสอง และขอให้มีคําสั่งกําหนดมาตรการหรือวิธีการใด ๆ เป็นการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561มาตรา 71
4. กกต.ยื่นดำเนินคดีอาญาต่อเจ้าพนักงาน ตำรวจ อัยการ ในความผิดตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสส มาตรา151 ประกอบมาตรา42 (3)
ในข้อหารู้อยู่แล้วว่า ตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สมัครรับเลือกตั้งหรือทำหนังสือยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อของตนเพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ กรณีถือหุ้นสื่อITV คดีนี้มีบทลงโทษจำคุก 1-10 ปี โทษปรับ 20,000-200,000 บาท และตัดสิทธิการเมือง 20 ปี
5. อัยการพิจารณาคำสั่งฟ้องตามความผิดฐานดังกล่าวต่อนายพิธา หรือไม่ โดยเรื่องนี้เป็นกรณีที่ กกต.ควรต้องสอบสวนและมีพยานหลักฐานให้หนักแน่นชัดเจนอย่างยิ่ง เพราะอัยการสูงสุดเคยมีคำสั่งชี้ขาดไม่ฟ้อง นายธนาธร มาแล้ว โดยคดีดังกล่าว อัยการระบุว่า พยานหลักฐานไม่เพียงพอที่จะสั่งฟ้อง และดูเจตนาจากพยานหลักฐานแล้ว น่าจะไม่มีความผิดกฎหมายอาญา
ถึงแม้ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยเรื่องคุณสมบัติของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของนายธนาธร ให้พ้นสมาชิกภาพความเป็นส.ส. ไปแล้วก็ตาม แต่อัยการสูงสุดก็ยืนยันมีคำสั่งชี้ขาดไม่ฟ้องนายธนาธร มาแล้ว โดยถือว่าเป็นการพิจารณากฎหมายคนละฉบับกัน #คำวินิจศาลรัฐธรรมนูญเป็นที่สุดและผูกพันทุกองค์กร