ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวในกรณีเดียวกันว่า เท่าที่ฟังประธานกกต.แถลงต่อสื่อมวลชนหากเป็นไปตามนั้น ที่มีคำร้องกว่า 280 เรื่อง และมี ส.ส. ที่อยู่ในข่ายประมาณ 20 คน แต่ตามตัวบทกฎหมายก็สามารถรับรองส.สได้ เมื่อ ส.ส.ไปรายงานตัว ขั้นตอนหลังจากนั้นก็สามารถที่จะตั้งรัฐบาล ไปเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและเลือกนายกรัฐมนตรีได้ ส่วนจะมีผลอย่างไรหากเลวร้ายที่สุด 20 คนนี้เป็นฝ่ายเรา ก็ยังไม่มีผลเพราะยังเหลือ 290 กว่าเสียงก็ถือว่ารัฐบาลนี้เข้มแข็งได้
คำว่าถ้า ตนไม่อยากจะบอกเพราะว่า ถ้ามากต้องไปดูในข้อเท็จจริง ก็พยายามติดตามอยู่ว่า 20 คนเป็นใครจากพรรคอะไร เรายังไม่มีข้อมูลตรงนี้ ข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏจึงตอบไม่ได้ ซึ่งในที่ประชุมวันนี้(7มิ.ย.)กับ 8 แกนนำพรรคจัดตั้งรัฐบาล ก็ได้มีการยกประเด็นไทม์ไลน์การเมืองที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้มาพูดกัน ก็เหมือนกับที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ได้แถลงว่า จะไม่ส่งผลกระทบใดๆในการจัดตั้งรัฐบาลของเรา ยืนยันว่า เรายังคงยึดมั่นในฝ่ายประชาธิปไตยเรารับอาณัติมาจากประชาชน นี่คือความจริงที่ตนสามารถพูดได้ว่า เรายึดมั่นในฝ่ายประชาธิปไตย