อีกแนวคิดหนึ่งคือ ยืนยันตัวเองเป็น “อนุรักษ์นิยม” หรือ conservative เหมือนพรรคการเมืองในยุโรป เพราะการเมืองทุกประเทศจะมีวงจร หรือ “คาบเวลา” ของแต่ละยุค แต่ละช่วงนโยบาย บางช่วงนโยบายแนว “เสรีนิยม” ได้รับความนิยม แต่ไม่นานก็จะก่อผลเสีย จากนั้นสังคมก็จะโหยหายแนวทาง “อนุรักษ์นิยม” และเปิดทางให้พรรคการเมืองแนวทางนี้ เข้ามามีอำนาจแทน
เพียงแต่ “อนุรักษ์นิยม” ที่ว่านี้ ต้องเป็น “อนุรักษ์นิยม” ที่ทันสมัย เท่าทันเทคโนโลยี นวัตกรรม และเศรษฐกิจสมัยใหม่ เรียกรวมๆ ว่า neo-conservative (อนุรักษ์นิยมใหม่)
แนวทางนี้มีนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์หลายคน เสนอให้เป็นแนวทางใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์ แต่ต้องกล้าถ่ายเลือดให้คนรุ่นใหม่แสดงบทบาท เช่น “ดร.เอ้” สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. “มาดามเดียร์” วทันยา บุนนาค เป็นต้น
ขณะที่พรรคสายอนุรักษ์นิยมอื่นๆ เช่น พลังประชารัฐ ก็มีการขยับปรับตัวในแนวทางคล้ายๆ กัน
แหล่งข่าวระดับสูงจากพรรคพลังประชารัฐ เผยว่า พรรคเตรียมจะปรับโครงสร้างภายในใหม่อีกครั้ง โดยจะเน้นให้ “คนรุ่นใหม่” เข้าไปบริหารอย่างแท้จริง เช่น “เดอะจั้ม” สกลธี ภัททิยกุล หัวหน้าทีม กทม. และอดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.
โดยสาเหตุที่ต้องปรับ เนื่องจากผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา ถือเป็นตัวสะท้อนชัดเจน ว่าระบบ “บ้านใหญ่” ไม่สามารถการันตีชัยชนะได้อีกต่อไป ยกตัวอย่าง “สมุทรปราการ” แม้มี “บ้านใหญ่” แต่ไม่สามารถชนะได้เลยแม้แต่เขตเดียว ฉะนั้นต้องปรับยุทธวิธีของพรรค เน้นสร้างกระแสผ่านสื่อใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเรื่องนี้สำคัญต่อการเลือกตั้งครั้งต่อๆ ไป
แหล่งข่าวยังเผยด้วยว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะไม่ทิ้งพรรค แต่จะปรับบทบาทไปเป็น “ผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง” ซึ่งคาดว่าจะสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากแกนนำพรรคบางส่วน ที่เคยมีบทบาทสูงในการบริหารงานภายใน สอบตก ไม่ผ่านการเลือกตั้งเข้ามา (กลุ่ม วิรัช รัตนเศรษฐ)
ส่วนพรรครวมไทยสร้างชาติ ข่าววงในแจ้งว่า ยังไม่มีการพูดคุยเพื่อปรับทิศทางการทำงานอย่างจริงจัง เพราะแกนนำแต่ละคนลุ้นอนาคตของ “บิ๊กตู่” พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าจะวางมือทางการเมืองหรือไม่ ซึ่งหากวางมือ รวมไทยสร้างชาติน่าจะแพแตก เนื่องจากกลุ่มต่างๆ ภายในพรรค โดยเฉพาะ ส.ส.เขต ไม่ยอมรับ “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรค อาจเกิดปรากฏการณ์กดดันให้ขับออกจากพรรค เพื่อย้ายไปสังกัดพรรคอื่น ที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล
แหล่งข่าวจากรวมไทยสร้างชาติ เผยว่า สถานการณ์ภายในขณะนี้ถือว่าระส่ำ แกนนำหลายคนอยากได้คนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมงาน โดยเฉพาะการทำพื้นที่ กทม. แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะดึงใครเข้ามา เพราะอนาคตของ พลเอกประยุทธ์ ยังไม่มีความชัดเจน แต่น่าเชื่อว่าคงอยากวางมือ