ขณะที่นายพิจารณ์ กล่าวว่า หลังจากที่ปรากฎเป็นข่าว ตนเองก็พยายามติดต่อไปที่ตำรวจที่ตั้งด่าน และสน.ในพื้นที่ ที่รับผิดชอบเพื่อจะชี้แจงว่า แม้ว่าพรรคก้าวไกลจะเป็นรัฐบาล ก็ขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ไม่เลือกปฏิบัติแม้เราจะมาเป็นรัฐบาล โดยทางผู้กำกับตอบกลับมาว่า น.ส.ณธีภัสร์ ไม่ได้แสดงตัวว่า เป็นส.ส.ของพรรค ไม่ได้ใช้อำนาจอะไร และพร้อมน้อมรับความผิด ส่วนได้เป่าแอลอฮอล์หรือไม่นั้น จากการสอบถามแล้วก็ไม่ได้มีอะไรที่ส่อไปในทางไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่
อย่างไรก็ตามในฐานะตนเองเป็นรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ก็กราบขอโทษประชาชนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเสียใจที่ น.ส.ณธีภัสร์ ไม่ได้เข้าไปทำหน้าที่ น.ส.ณธีภัสร์ เห็นถึงความเป็นพรรคมากกว่าความเป็นส.ส.ของตนเอง จึงแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก และคงเป็นบรรทัดฐานว่า หากทำผิดแล้วต้องลาออกจากพรรคด้วย
ทั้งนี้ ระหว่างแถลงข่าว นายพิจารณ์ กลั้นน้ำตาไม่อยู่แล้วร้องไห้ออกมา ก่อนจะบอกว่า รู้สึกเสียใจ และต้องจบการแถลงข่าว จากนั้น ได้พากันออกจากห้องแถลง และ น.ส.ณธีภัสร์ มากอดกันร้องไห้ กับ นางสาวพรรณิการ์ วาณิช แกนนำพรรคก้าวไกล
สำหรับ น.ส.ณธีภัสร์ ถือเป็นอีกคนที่มีบทบาทสำคัญของพรรคก้าวไกล เพราะเป็นบุคคลที่ต่อสู้เพื่อสังคมแห่งความเท่าเทียม และเพื่อความหลากหลายทางเพศ และเป็นผู้ร่วมผลักดันร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม รวมถึงเคยยื่นหนังสือต่อเลขาธิการสภาผู้แทนฯ เมื่อปี2562 เรื่องการแต่งกายตามเพศสภาพ