"ส.ว." เสียงแตกเป็นสองฝั่ง เห็นด้วยโหวต "พิธา" เป็นนายกฯ อีกฝั่งยันไม่เอา
16 พ.ค. 2566 | sirisak_rue

"ส.ว." เสียงแตกเป็นสองฝั่ง มีทั้งเห็นด้วยโหวต "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" เป็นนายกฯ กับอีกฝั่งยันไม่เอา เหตุเพราะแตะ ม.112
การเมือง
16 พ.ค. 2566 | sirisak_rue

"ส.ว." เสียงแตกเป็นสองฝั่ง มีทั้งเห็นด้วยโหวต "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" เป็นนายกฯ กับอีกฝั่งยันไม่เอา เหตุเพราะแตะ ม.112
16 พฤษภาคม 2566 ความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลกำลังลุยเดินหน้าโดยพรรคก้าวไกล ซึ่งต้องประสานกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเดิมให้สำเร็จ แต่ทว่าท่าทีของส.ว.ยังมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในหลาย ๆ ประเด็น ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับนโยบายหลักของพรรคก้าวไกล
นายจเด็จ อินสว่าง สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า ส.ว.คงต้องรอดูก่อนว่าฝ่ายใดจะรวบรวมเสียงข้างมากได้เกิน 250 เสียง และจะเสนอชื่อใครเป็นนายกรัฐมนตรี จึงค่อยพิจารณาจะโหวตให้หรือไม่ แต่ถ้าเสียงข้างมากเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนตัวจะไม่โหวตให้แน่นอน เพราะนายพิธามีจุดด้อยในเรื่องปัญหาทัศนคติการเมือง ที่จะยกเลิกมาตรา 112 ตนรับไม่ได้ เพราะปฏิญาณตนจะจงรักภักดี ถ้าเลือกนายพิธาไป ก็ไม่รู้จะเสียของหรือไม่ แต่เป็นจุดยืนของตนเพียงคนเดียว ไม่รู้ส.ว.คนอื่น ๆ จะเห็นเหมือนตนหรือไม่
ส่วนหากมีการเสนอชื่อคนอื่น ๆ เป็นนายกรัฐมนตรี เช่น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หรือคนอื่น ๆ เป็นนายกรัฐมนตรี จะรับได้หรือไม่นั้น ต้องพิจารณากันอีกทีว่า มีจุดเด่น จุดด้อยอย่างไรบ้าง
ขณะที่ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา ระบุว่า ยังไม่ขอตอบเรื่องการตัดสินใจโหวตนายกรัฐมนตรี เพราะยังไม่มีความชัดเจนใครจะรวบรวมเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลได้ แม้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล จะชักชวนตั้งรัฐบาล 310 เสียง จาก 6 พรรคการเมือง แต่ก็ถือว่ายังไม่ชัดเจน
เพราะยังไม่มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ดังนั้น อย่าเพิ่งไปคาดเดาอะไรกัน รอให้มีความชัดเจนก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ หากส.ว. พูดอะไรมากไปตอนนี้ก็มีแต่ตกเป็นเหยื่อ ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะทุกอย่างยังไม่แน่นอน
ด้าน นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ระบุว่า กรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลเรียกร้องให้ส.ว.โหวตสนับสนุนตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ให้กับพรรคที่ชนะการเลือกตั้งอันดับ 1 เพื่อให้ได้คะแนนเสียงถึง 376 คะแนน นั้น ส่วนตัวยึดหลักการ ใครที่สามารถรวบรวมเสียงข้างมากได้เกิน 250 เสียง ก็พร้อมเติมเสียงให้ฝ่ายนั้น ไม่ว่าจะเสนอชื่อใครมาเป็นนายกรัฐมนตรี แม้จะเป็นชื่อนายพิธา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
แต่คงไม่เกี่ยวกับส.ว.คนอื่น ๆ ที่ไม่สามารถรับประกันได้ ว่าจะโหวตไปในทิศทางใด เพราะส.ว.หลายคนก็คิดไม่เหมือนกัน ส่วนตัวก็งงเสียงเรียกร้องต่างๆ ที่มีต่อส.ว. ที่ก่อนหน้านี้เรียกร้องให้ปิดสวิตซ์ส.ว. แก้ไขมาตรา 272 ไม่ให้มีอำนาจโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ตนก็เป็น 1 ใน 23 ส.ว.ที่ลงมติให้ปิดสวิตซ์ส.ว. แต่แพ้เสียงข้างมาก แต่มาล่าสุดกลับเรียกร้องให้ส.ว. ใช้อำนาจโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ห้ามงดออกเสียง ตกลงจะเอายังไงกันแน่