ทั้งนี้ นายพิจารณ์ ในฐานะหัวหน้าทีม กทม. ยังขอบคุณคะแนนเสียงในพื้นที่ กทม.ด้วย โดยบอกว่า สนาม กทม. เพิ่มขึ้นมาเป็นเท่าตัว และหลายเขตผลการเลือกตั้งค่อนข้างขาด มีเพียงเขตที่ 20 ลาดกระบัง ที่การประกาศผลของ กกต. ว่าห่างกันอยู่ 4 คะแนน ซึ่งทางทีมงานกำลังทบทวนคะแนนอีกครั้ง หากผลคะแนนไม่ได้เป็นไปตามที่ กกต.ประกาศ ก็จะขอให้ไปรวมคะแนนใหม่
ส่วนเหตุผลที่ทำให้ก้าวไกลชนะสนามกทม. ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ตั้งเป้าไว้ที่ 19 เขต ก่อนที่กกต.จะแบ่งเขตใหม่ พอแบ่งเขตใหม่ก็ทำให้ได้เปรียบเสียเปรียบอยู่บ้าง แต่ด้วยการที่ประชาชนให้ความไว้วางใจ
"เห็นจากเวทีดีเบต และโซเชียลมีเดีย ทำให้ประเมินได้ว่า ถ้าไม่ใช่ 19 เขต ก็ต้องเป็น 29-30 เขตไปเลย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนกระแสให้เป็นคะแนน และขอบคุณประชาชนที่ไว้วางใจ และจะพิสูจน์ให้เห็นว่า นายพิธา ในฐานะนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในรอบ 70 ปี จะบริหารประเทศ โดยเอาผลงาน การทำงานมาเป็นการขอบคุณให้กับประชาชน" รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าว
เมื่อถามถึงกรณี ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค 39 คน หากจะมีใครเข้าไปดำรงตำแหน่งในรัฐบาล แล้วต้องขยับบัญชีรายชื่อหรือไม่นั้น นายพิจารณ์ ตอบว่า เคยมีการพูดคุยกันในพรรค ว่าควรจะลาออกหากจะเข้าไปรับตำแหน่ง แต่บุคลากรที่เป็นแกนนำสำคัญ ทั้งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และรองหัวหน้าพรรคฝ่ายนโยบาย ก็ยังคงต้องคงความเป็น ส.ส.ไว้อยู่ ส่วนเพื่อน ส.ส.ท่านอื่นก็คงต้องให้ลาออก