"วราวิทย์" แต่เขาประกาศปฏิเสธตั้งแต่แรก ก่อนที่จะมีเคสของ"คุณพิธา"อยู่แล้วนะ
"อ.วันวิชิต" จะยิ่งทำให้อารมณ์เดือดดานมากขึ้น เมื่อกี้เห็นแล้วว่าเป็นใครที่ส่งใบมา เขาก็ออกตัวชัดเจนว่าไม่ใช่พลังประชารัฐ แล้วเหลือใครที่ได้ประโยชน์จากการร้องตัดแข้งตัดขาครั้งนี้ แต่สิ่งหนึ่งคนที่จะแจ็คพอตซวยโดยคาดไม่ถึงคือ"รวมไทยสร้างชาติ"ใช่หรือป่าว ตอนนี้อารมณ์ผู้คนมองเชื่อมโยงตั้งแต่เลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 7 แล้ว ความวุ่นวายความมั่วของกกต.นำไปสู่ทฤษฎีสมคบคิดใครได้ประโยชน์จากการจัดการเลือกตั้งที่ทำให้คนตั้งคำถามไปลงที่พรรคการเมืองไหนที่จะรับหวยตัวนี้
"วราวิทย์" พอหลายเรื่องผสมกันถึงแม้ความเชื่อมโยงอาจจะไม่เกี่ยวกันก็ตาม
"อ.วันวิชิต" ไปไม่ถึง แต่ผมเชื่อว่าหลายคนมีความคิดแบบนี้
"วราวิทย์" อ.นันทนาที่พยายามจะถาม"คุณเรืองไกร"ว่าออกมาเตะตัดขาใครหรือป่าว จริงๆข้อสังเกตคืออะไรครับ
"อ.นันทนา" คือต้องบอกว่าโค้งสุดท้ายบรรดาพรรคการเมืองต่างๆปล่อยของ ทั้งของดีและของไม่ดี ต้องบอกว่าวิชามารจะเกิดในช่วงนี้และเราได้เห็นแล้ว ร้องโน้นนี่นั่น มีเหตุผลมีประเด็นสมเหตุสมผลมั้ยไม่สนใจ แต่ร้องไปก่อนเพราะมีกระบวนการ เพื่อที่จะจัดการประเด็นตุลาการภิวัตน์ ซึ่งเราเห็นมาแล้วว่าจัดการได้จริง
เพราะฉะนั้นสิ่งที่คนกังวลอยู่ว่าถ้าใช้กระบวนการแบบนี้จะทำให้คนที่มีแนวโน้มที่จะเข้าไปเป็นรัฐบาลจะถูกเตะตัดขาไปก่อนในกระบวนการพวกนี้ โดยเป้าหมายที่ร้องก่อนเลือกตั้งกับหลังเลือกตั้งผิดกัน
ก่อนเลือกตั้งเขาคิดว่าถ้าเจอแบบนี้บรรดาแฟนคลับของ"ก้าวไกล"อาจจะเปลี่ยนใจไปเลือกพรรคอื่น อันนี้เขาเข้าใจผิดอย่างยิ่งมันเหมือนเป็นแรงเสริมว่าเขาตัดสินใจไปแล้วที่เขาจะเลือก"พรรคก้าวไกล" แล้วสิ่งที่เกิดมาเป็นอุุปสรรคที่ไม่สมเหตุสมผลมันเป็นทฤษฎีสมคบคิดที่"อ.วันวิชิต"พูด พยายามที่จะทำลาย จะเป็นวิชามารที่เราจะพบโค้งสุดท้าย
ครั้งก่อนๆอาจจะเป็นวาทกรรม และครั้งนี้มาในเรื่องของการร้องแล้วถ้าเผื่อเป็นแบบนี้ ถามว่าบรรดาคนที่เขาตัดสินใจแล้วจะไปไหนเขาจะเดินหน้า เขาไม่เปลี่ยนใจ
นอกจากไม่เปลี่ยนใจแล้ว เราจะได้ยินคำว่าหัวคะแนนธรรมชาติตรงนี้หล่ะเขาจะยิ่งไปชักชวนเพื่อนฝูงเราจะได้เห็นปรากฎการณ์ ตอนนี้ถ้าใครดูในเน็ตจะเห็นได้ว่าคนสูงวัยประเภท 50-70 ปี จะโพสต์แข่งกันว่าฉันอายุ 65 ปี ฉันยังไปเลือกก้าวไกลเลย ฉันก้าวไกลทั้งบ้าน เหมือนมาแข่งกันว่าถึงฉันอายุเยอะแต่ฉันทันสมัย แล้วฉันรู้ว่าอะไรเกิดขึ้น
"วราวิทย์" สมมติว่ามันเป็นเกมใต้ดินอย่างที่เราคุยกันจริงๆอีกสักหัวจะเป็นอะไรไปถ้าเด็ด"คุณพิธา"ไป
"อ.วันวิชิต" ผมคิดว่าคนที่คิดแบบนี้ใช้แผนลูกไม้เดิมๆแบบนี้เขาประเมินความรู้สึกผู้คนต่ำเกินไป อารมณ์ความรู้สึกของผู้คนก้าวข้ามเรื่องความนิยมในตัวบุคคลไปหมดแล้ว จะทำสถาบันพรรคการเมืองมีความเข้มแข็งมากขึ้น อย่าลืมนะ"คุณพิธา"เคยพูดว่าวันหนึ่งถ้า"พิธา"ไม่อยู่หรือต้องมีอันเป็นไปทางการเมืองระวัง"รังสิมันต์ โรม" ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคจะยิ่งหนักกว่าทวีคูณมากขึ้น
"วราวิทย์" จะเกิดอะไรขึ้นถ้า"คุณพิธา"ถูกเด็ดหัวไปอีกคน
"อ.นันทนา" ปฏิบัติการแบบนี้ คนจะตีความว่าเป็นการรังแก รังแกพรรคอนาคตใหม่จนมาพรรคก้าวไกล แล้วพยายามปฏิบัติการที่จะหยุดยั้งความคิดใหม่ๆที่ก้าวหน้า ถ้าเกิดว่าทำแบบนี้แล้วสามารถทำได้จริง แบบกรณี"คุณธนาธร"อีกคนจะไม่ทนแล้ว นั้นคือการเมืองจะไม่ได้เป็นไปตามกลไกที่เราคาดหวังอีกต่อไป การเมืองบนท้องถนนจะต้องกลับมา ซึ่งอันนี้จินตนาการไม่ได้เลยนะคะว่า พลังมวลชนที่เขาออกไปเพื่อที่จะเลือกพรรคการเมืองหนึ่งที่เขาตั้งใจจะเปลี่ยนประเทศให้ได้ แล้วก็ถูกตัดหัวตัดหางตัดทั้งตัวไป จะเกิดอะไรขึ้น อันตรายนะสำหรับความเป็นไปในกลไกระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทย
"วราวิทย์" กรณีของ"คุณธนาธร" เลิกทำนิตยสารไปแล้ว แต่สถานะของบริษัทยังอยู่
"อ.นันทนา" นั่นไงคะ จึงกลายเป็นพัฒนาการของกลุ่มคนที่ลงถนนมาในปี 2563 ก็เกิดจากกรณีนั้นค่ะ
ชมคลิป >>>