ส่วนที่มีคนจะไปฟ้องร้องเอาผิด กกต. ตามมาตรา 157 หรือการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นโมฆะ หรือล้างไพ่ใหม่ ประธาน กกต. ชี้แจงว่า เป็นแค่กระแสและความคิดของคนที่เห็นว่าการทำงานของ กกต. เป็นอย่างไร ซึ่งเป็นสิทธิ์ที่จะดำเนินการได้ กกต. ไม่ได้อยู่เหนือกฎหมาย และต้องปฏิบัติตามกฏหมาย เพราะเราเป็นเจ้าหน้าที่ เป็นพนักงาน ถ้าเห็นว่าการทำงานของ กกต. บกพร่องและต้องได้รับการพิจารณา ก็เป็นสิทธิ์ที่จะฟ้องได้กับผู้ที่มีอำนาจตัดสินการทำหน้าที่ของ กกต. ไม่มีปัญหา ซึ่งทุกครั้งที่มีการฟ้องร้องก็พร้อมสู้คดี ที่สู้เพราะเราปฏิบัติงานโดยสุจริต ปฏิบัติตามกฎหมาย อีกทั้งตอนนี้ไม่มีปัจจัยที่ต้องเป็นห่วงว่าการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ และการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม เสียงลงคะแนนเป็นอย่างไรก็เป็นเช่นนั้น
ส่วนความคืบหน้าการร้องเรียนเรื่องซื้อเสียง ที่เขตคลองสามวา กทม. นั้น ประธาน กกต. เปิดเผยว่า ทุกคำร้องที่มีอยู่ระหว่างการตรวจสอบหากมีมูล ก็จะรับเป็นคำร้องเข้าสู่การสืบสวนไต่สวนของ กกต. ต่อไป ซึ่งขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีเรื่องร้องเรียน จากวันที่ 7 พ.ค. มี 92 เรื่อง เป็นข้อร้องจากการใช้เงินซื้อเสียงมากที่สุด ทั้งนี้หากมีการร้องเรียนที่ใดก็ต้องเข้าไปตรวจสอบในเบื้องต้น แล้วรวบรวมข้อเท็จจริง โดยคณะกรรมการประจำจังหวัด มีเวลา 20 วัน แต่หากยังไม่เสร็จ สามารถต่อเวลาได้อีกครั้งละ 15 วัน โดยขอมาที่เลขาฯ กกต. และต้องผ่านคณะอนุกรรมการ กกต. วินิจฉัยอีกครั้ง
ถ้ามีเหตุเชื่อได้ว่ามีการทุจริตก็จะรับเป็นคำร้องและดำเนินการตามระเบียบต่อไป ส่วนจะดำเนินการเสร็จก่อนการเลือกตั้งหรือไม่ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน เพราะหากเป็นคำร้องแล้วการซื้อเสียงถือว่าผิดมาตรา 73 (1) ต้องมีการดำเนินคดีอาญาให้ใบส้มหรือไม่ หรือต้องไปศาล ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ร้องและผู้ถูกร้อง จะเร่งรัดไม่ได้ ให้เป็นไปตามขั้นตอน
สำหรับการลงคะแนนเลือกตั้ง ทาง กกต. มีปากกา อยู่ในหน่วยเลือกตั้งให้ประชาชนใช้ได้เป็นจำนวนมาก แต่หากใครอยากนำมาเองก็สามารถทำได้ และสีอะไรก็ได้หมด