สำหรับปัญหาของประเทศไทย ประชาชนส่วนใหญ่ 80% ทำกินแบบแร้นแค้น ส่วนนักการเมืองยังทะเลาะแย่งชิงมวลชน โดยไม่สนใจ และไม่เกรงใจประชาชน ขณะที่พรรคชาติไทยพัฒนาเกรงใจประชาชน ใส่ใจดูแลประชาชน ให้ความเสมอภาค เท่าเทียมทุกมิติ ทั้งการเมือง และสังคม
อย่างไรก็ดีการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ผ่านมา พบว่ามุ่งเน้นที่การเพิ่มจีดีพีเท่านั้น โดยไม่สนใจว่าประชาชนยากจนลงเท่าไร ทั้งนี้พรรคชาติไทยพัฒนาไม่หลงทาง นโยบายของพรรคไม่เน้นที่ตัวเลขจีดีพี เพราะมุ่งเน้นการทำนโยบายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน
“ตอนนี้มีพรรคการเมืองนำเสนอนโยบาย ทั้ง 300 ข้อ ผมขอถามว่าจะทำทัน 4 ปีหรือไม่ หรือบางพรรคเสนอ 70 นโยบาย หากแตกแยกกัน จะทำได้หรือไม่ ส่วนนโยบายของพรรค 14 ข้อ คิดเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในประเทศไทย และสร้างความเข้มแข็งของรากฐาน เช่น เกษตรกร ทั้งนี้ในการเลือกตั้งรอบนี้ พรรคชาติไทยพัฒนามีความจริงใจกับประชาชน นำเสนอนโยบายเพื่อแก้ปัญหาที่ตรงจุด รับฟัง ทำจริง ยึดประชาชนเป็นหลักในการทำงาน
บางพรรคการเมือง ชูคนที่เป็นพระเอก และนางเอก แต่พรรคชาติไทยพัฒนา แม้จะชู นายวราวุธ ศิลปอาชา เป็นนายกฯ แต่เบื้องหลังมีทีมทำงานที่เป็นกำแพงเหล็ก เป็นคนทำงานที่มีประสบกาณ์ที่หลากหลายแตกต่าง ผมไม่สามารถสัญญากับประชาชว่าหลังเลือกตั้งจะให้อะไรกับประชาชน เพราะผิดกฎหมาย และดูถูกประชาชน แต่ผมสัญญาว่าหากประชาชนกาเบอร์พรรคชาติไทยพัฒนา ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ และ 14 พฤษภาคม จะได้คนที่ทำงานให้ประชาชนแบบทีมที่มีผู้นำหลากหลาย ไม่คดโกง กาทีเดียวได้ทั้งทีม ดีกว่ากาทีเดียวได้คนเดียว” นายสันติ กล่าว