นายฉลองชัย พลที ประชาชนชาวจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า การใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ในครั้งนี้ ถือว่า ดีกว่าครั้งที่ผ่านมา ที่มีเอกสาร ทั้งรายชื่อผู้สมัครแต่ละจังหวัดดูได้ง่าย ส่วนการที่เลือกใช้สิทธิ์นอกเขตเลือกตั้งล่วงหน้า เนื่องจากประหยัดเวลาการเดินทาง ที่ต้องไปกลับ เป็นเวลา 2-3 วัน รวมถึงประหยัดค่าใช้จ่ายในการกลับไปเลือกตั้งในช่วงปกติ ถึง 3-4 พันบาท
สำหรับจังหวัดพิจิตร มีประชาชน ขอขึ้นทะเบียนขอใช้สิทธิล่วงหน้า จำนวน 4,030 คน โดยเลือกตั้งนอกเขต จำนวน 3,637 คน แบ่งเป็นเขตเลือกตั้งที่ 1 จำนวน 2,175 เขตเลือกตั้งที่ 2 จำนวน 894 คน และเขตเลือกตั้งที่ 3 จำนวน 568 คน และขอใช้สิทธิล่วงหน้าในเขต รวม 939 คน
ด้านจ.แพร่ ที่อาคารลานวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ เป็นสถานที่จัดเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต ของอำเภอเมืองแพร่ มีผู้ลงทะเบียนขอเลือกตั้งล่วงหน้า 2,510 คน ต่างมาเข้าคิวรอใช้สิทธิ์กัน ตั้งแต่ก่อน 8 โมงเช้า ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด อุณภูมิพุ่งสูงถึง 42 องศาเซลเซียส
กกต.แพร่ ได้จัดนักศึกษาวิชาทหารมาคอยอำนวยความสะดวก ให้คำแนะนำในการตรวจสอบลำดับและพื้นที่ลงคะแนน ตามเต็นท์ต่างๆ กว่า 50 คน และมีตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรเมืองแพร่ และคณะกรรมการประจำที่เลือกตั้งกลาง นอกเขตเลือกตั้งให้คำแนะนำตามจุด ดูแลความเรียบร้อยตลอดการเลือกตั้ง ตั้งแต่เวลา 8.00 -17.00 น.
สำหรับสถานที่เลือกตั้งล่วงหน้าทั้งในเขตและนอกเขตเลือกตั้งจังหวัดแพร่ ทาง กกต.จังหวัดแพร่ได้กำหนดไว้ เขตเลือกตั้งที่ 1 (ในเขต) ที่ศาลาประชาคม องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ เขตเลือกตั้งที่ 1 (นอกเขต) ที่ลานวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ เขตเลือกตั้งที่ 2 (ในเขต) ที่หอประชุมเก่าโรงเรียนร้องกวางอนุสรณ์ อำเภอร้องกวาง เขตเลือกตั้งที่ 2 (นอกเขต) ที่หอประชุมโรงเรียนร้องกวางอนุสรณ์ อำเภอร้องกวาง เขตเลือกตั้งที่ 3 (ในเขต) ที่หอประชุมโรงเรียนลองวิทยา อำเภอลอง เขตเลือกตั้งที่ 3 (นอกเขต) ที่โดมอเนกประสงค์ โรงเรียนลองวิทยา อำเภอลอง
ทันทีเมื่อปิดหีบลงคะแนน ในเวลา 17.00 นาฬิกา กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งทุกหน่วย จะนำหีบบัตรไปเก็บรักษาในที่ปลอดภัย โดยเฉพาะหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัด จะมีการส่งไปยัง กกต.ของแต่ละจังหวัด ที่ตรวจสอบการจัดส่งไปนับคะแนนรวม กับการเลือกตั้งในวัน 14 พ.ค.66 ตามเขตเลือกตั้งของผู้ใช้สิทธิ์อย่างเข้มงวดต่อไป
จ.สมุทรสาคร บรรยากาศการลงคะแนน ตั้งแต่เมื่อเวลา 08.00 น. ซึ่งเป็นเวลาเปิดหีบบัตรเลือกตั้งนั้น ก็ปรากฎว่าบรรยากาศโดยรวมทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนที่ได้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าไว้ตื่นตัวมารอใช้สิทธิ์กันอย่างเนืองแน่น
โดยเริ่มจากที่เขตเลือกตั้งที่ 1 โรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย อ.เมืองสมุทรสาคร มีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งฯ นอกเขตจำนวน 23,064 คน และในเขต 49 คนโดยที่นี่มีการอำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร มีการจัดเจ้าหน้าที่ไว้สำหรับเพื่อให้ประชาชนสอบถามข้อมูล อีกทั้งยังมีป้ายประชาสัมพันธ์ต่างๆ ไว้ชัดเจน นอกจากนี้ จะเห็นได้ว่าประชาชนได้สวมใส่หน้ากากอนามัยมาเลือกตั้งในครั้งนี้ 100% มีจุดบริการแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันโควิด -19 อีกด้วย
ขณะที่ในเขตเลือกตั้งที่ 2 เทศบาลนครอ้อมน้อย ซึ่งเป็นย่านอุตสาหกรรมที่มีคนต่างถิ่นเดินทางมาทำงานเป็นจำนวนมากนั้น ก็เป็นไปอย่างคึกคักเช่นเดียวกัน โดยมีประชาชนมารอใช้สิทธิ์ตั้งแต่เริ่มเปิดหีบบัตร ส่งผลทำให้การจราจรเป็นไปอย่างคับคั่งรถติดยาวไปจนถึงถนนเพชรเกษมไม่ต่างจากผู้ที่เดินทางมาใช้สิทธิ์ โดยในพื้นที่การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนั้น ก็มีทั้งเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง ตำรวจ ทหาร และผู้ตรวจของ กกต.มาคอยอำนวยให้ความสะดวกในด้านของการตรวจสอบรายชื่อทั้งจากบนกระดาน และ การสแกนคิวอาร์โค้ต การยืนยันตัวบุคคล และการให้ข้อมูลต่างๆ ที่ประชาชนสงสัยก่อนที่จะเข้าคูหาไปกากบาทใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งตามเขตและจังหวัดของตนเอง
โดยมีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าเลือกตั้งนอกเขต จำนวน 16,877 คน ณ เทศบาลนครอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน และ เลือกตั้งล่วงหน้าในเขต จำนวน 19 คน ณ โรงเรียนเทศบาลศรีบุณยานุสสรณ์
ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 3 ที่ว่าการอำเภอบ้านแพ้ว แม้จะมีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าน้อยที่สุด แต่ประชาชนก็ตื่นตัวเดินทางมาใช้สิทธิ์ของตนเองตั้งแต่ช่วงเช้า ไม่รอให้ถึงเวลาใกล้ปิดหีบแล้วค่อยมาลงคะแนนเลือกตั้ง โดยลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต จำนวน 2,158 คน ณ บริเวณศาลาประชาคมอำเภอบ้านแพ้ว และเลือกตั้งล่วงหน้าในเขต จำนวน 32 คน ณ บริเวณศาลาประชาคมอำเภอบ้านแพ้ว เช่นเดียวกัน
สำหรับการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าของจังหวัดสมุทรสาคร มีจำนวนผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งในเขตและนอกเขต จำนวน 42,196 คน แบ่งเป็นนอกเขตเลือกตั้ง จำนวน 42,099 คน ในเขตเลือกตั้ง 97 คน นอกเขตการเลือกตั้งมีการยื่นทางอินเตอร์เน็ต 41,316 คน ยื่น ณ สำนักทะเบียนราษฎร์ 783 คน