เนชั่นทีวี

ข่าว

มท.3 กำชับ 4 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา รับมือท่วม-แล้ง-อากาศผันผวน

13 ส.ค. 2569 | katchatapong_lee

มท.3 กำชับ 4 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา รับมือท่วม-แล้ง-อากาศผันผวน

มท.3 กำชับ 4 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยาสั่งทุกหน่วยงานเตรียมรับมืออุทกภัย-ภัยแล้ง-สภาพอากาศผันผวน - จับตาเอลนีโญลากยาวถึงต้นปี 70 ย้ำอย่ารอเกิดเหตุแล้วค่อยแก้

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดชัยนาท เพื่อติดตามแผนงานและการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง พร้อมประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ และแผนการเตรียมความพร้อมในพื้นที่จังหวัดชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี และอุทัยธานี ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 16 ชัยนาท พร้อมกำชับทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง แม้ในพื้นที่จังหวัดชัยนาทขณะนี้จะยังไม่มีสถานการณ์น้ำท่วมก็ตาม

 

นายเจเศรษฐ์ ย้ำว่า รัฐบาลขอส่งผ่านความห่วงใยไปยังพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้ง โดยได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่รอให้เกิดเหตุแล้วจึงเข้าไปแก้ไข แต่ต้องประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า เตรียมกำลังคน เครื่องจักร และอุปกรณ์ให้พร้อม และหากพื้นที่ใดเกิดเหตุและต้องการการสนับสนุน ก็ต้องสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกำชับหน่วยงานด้านการประปา ให้เตรียมความพร้อมและบริหารจัดการน้ำอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการติดตามสถานการณ์และวางแผนบริหารจัดการน้ำต้นทุน เพื่อให้มีน้ำเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคของประชาชนในช่วงที่สภาพอากาศมีความแปรปรวน พร้อมให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมมาตรการรองรับล่วงหน้า เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนน้ำในระยะต่อไป

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้ติดตามข้อมูลสภาพอากาศและแนวโน้มปรากฏการณ์ ENSO ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการบริหารจัดการน้ำในระยะต่อไป โดยข้อมูลที่ได้รับรายงานระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ภายใต้อิทธิพลของเอลนีโญกำลังอ่อน และมีแนวโน้มที่จะคงสภาวะดังกล่าวต่อเนื่องไปถึงช่วงต้นปี 2570 ขณะที่ช่วงเดือนตุลาคม–ธันวาคม 2569 มีโอกาสที่เอลนีโญจะพัฒนาความรุนแรงขึ้น จึงจำเป็นต้องเตรียมรับมือทั้งสถานการณ์ฝนตกหนักในบางช่วงและความเสี่ยงด้านน้ำในระยะต่อไป

 

นายเจเศรษฐ์ ยังกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามและอัพเดตข้อมูลสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้อมูลสภาพอากาศ ปริมาณน้ำ และพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ พร้อมสื่อสารข้อมูลให้ประชาชนรับทราบอย่างทันท่วงที เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางและการใช้ชีวิตได้อย่างเหมาะสม รวมถึงนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าหรือผ่านพื้นที่ต่าง ๆ จะได้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจและเตรียมตัวได้อย่างปลอดภัย

นายเจเศรษฐ์ ย้ำว่า การทำงานของกระทรวงมหาดไทย ต้องมองภาพรวมทั้งประเทศ โดยหากพื้นที่หนึ่งประสบอุทกภัยและมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องจักร อุปกรณ์ หรือทรัพยากรจากพื้นที่อื่น ต้องสามารถประสานและระดมกำลังเข้าไปสนับสนุนได้อย่างรวดเร็ว พร้อมเชื่อมโยงการทำงานของจังหวัด ศูนย์ ปภ. เขต หน่วยงานส่วนกลาง และเครือข่ายในพื้นที่ให้เป็นระบบเดียวกัน

 

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยังคงติดตามสถานการณ์สภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด โดยในช่วงวันที่ 11–13 สิงหาคม 2569 ประเทศไทยยังมีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักบางแห่งในหลายพื้นที่ จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านอุทกภัยและภัยแล้ง พร้อมบูรณาการการทำงานระหว่างส่วนกลาง จังหวัด และหน่วยงานในพื้นที่

ข่าวล่าสุด