โดยพิธาปราศรัย ใจความช่วงหนึ่งว่า ปี 2562 ชาวศรีราชาเลือกพรรคอนาคตใหม่มากกว่า 43,000 คะแนน แต่เมื่อได้เป็น ส.ส. กลับทรยศความไว้วางใจของประชาชน อย่างไรก็ตาม อดีตพรรคอนาคตใหม่กับพรรคก้าวไกลตอนนี้ไม่เหมือนกัน สิ่งที่ยังเหมือนเดิมคือ ความหนักแน่น มั่นคงในจุดยืน แต่สิ่งที่แตกต่าง คือ พรรคก้าวไกลมีระยะเวลาในการคัดเลือกผู้สมัครมากกว่าพรรคอนาคตใหม่ ทุกคนต้องผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นถึง 4 ด่าน ถูกทดสอบทั้งเรื่องอุดมการณ์และเรื่องประสิทธิภาพในการทำงาน จนได้รับการรับรองจากกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล
นายพิธา กล่าวต่อว่า ศรีราชาต้องเป็นเมืองอุตสาหกรรมสำหรับประชาชน ไม่ใช่เมืองอุตสาหกรรมสำหรับนายทุนเพียงอย่างเดียว หากพิธา เป็นนายกฯ พรรคก้าวไกลตั้งรัฐบาลได้เมื่อไร ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาทต่อวันทันที มีระบบปรับขึ้นอัตโนมัติ ไม่ต้องรอนโยบายหาเสียงจากพรรคการเมืองในการเลือกตั้งครั้งต่อไปอีก ส่วนเรื่องสิทธิสวัสดิการ แรงงานต้องมีสิทธิในการรวมตัว เช่นเดียวกับแรงงานในต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน การพัฒนาอุตสาหกรรมต้องคิดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม ก่อนหน้านี้ พรรคก้าวไกลเคยเสนอกฎหมายปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ (Pollutant Release and Transfer Registers หรือ PRTR) ที่กำหนดให้โรงงานอุตสาหกรรมทุกแห่งต้องเปิดเผยข้อมูลการปล่อยสารมลพิษและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ประชาชนอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ แต่ถูก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปัดตก ดังนั้น ถ้าประชาชนต้องการให้มีการจัดการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ต้องช่วยกันเลือกพรรคก้าวไกล เพื่อปิดสวิตช์ 3 ป
“ขอย้ำว่า 14 พฤษภาคม ไม่ใช่เรื่องของพิธา ของพรรคก้าวไกล หรือของใคร แต่เป็นเรื่องของทุกคน ขอให้ออกไปใช้สิทธิให้มากๆ กาก้าวไกล 2 ใบถล่มทลาย ศรีราชาไม่เหมือนเดิม ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม” นายพิธา กล่าว