นายศุภชัย กล่าวว่า ขณะนี้มีสมาชิกพรรค ซึ่งได้รับความเสียหายจากการกระทำดังกล่าว ได้ไปดำเนินการทางคดีแล้ว เช่น นายศุภชัย โพธิ์สุ ร้องต่อ กกต.จังหวัดยครพนม ต่อกรณีที่นายเศรษฐา ปราศรัยว่า หากเลือกนายศุภชัยและพรรคภูมิใจไทย จะนำเสรีกัญชามามอมเมาเยาวชนชาวนครพนม
อีกทั้งยังมีกรณีของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงโจมตีใส่ร้ายพรรคภูมิใจไทย และสมาชิก จึงยืนยันว่าพรรคจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องตัวเอง ดังนั้นวันนี้นายเศรษฐา ต้องพร้อมรับในผลสิ่งที่ตนเองได้พูด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่มีวุฒิภาวะ ยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่ยอมในเรื่องนี้แน่นอน
อย่างไรก็ตามมาตรา 101 ของพ.ร.บ.พรรคการเมือง ได้บัญญัติว่า ผู้ใดแจ้ง หรือกล่าวหาพรรคการเมือง หรือบุคคลใด ว่ากระทำผิด ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ โดยรู้ว่าเป็นความเท็จ มีโทษต้องระวาง จำคุกไม่เกินห้าปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอน สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นพรรคการเมือง ซึ่งรวมถึงกรรมการบริหารพรรค ต้องระวางโทษเป็นสองเท่า ของโทษที่กำหนดไว้ และให้คณะกรรมการส่งเรื่อง ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมืองนั้นและเพิกถอนสิทธิ สมัครรับเลือกตั้ง ของหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหาร พรรคการเมือง
ส่วนการดำเนินการดังกล่าว จะเป็นข้อกดดันในการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า พรรคไม่เคยวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของพรรคการเมืองอื่น ดังนั้นขอให้นายเศรษฐาทบทวนการกระทำของตนเอง และเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยประกาศยืนยันให้ชัดเจนเลยว่า หากเห็นว่ากัญชามีปัญหา จะดำเนินการทำให้กัญชากลับไปเป็นยาเสพติดเช่นเดิม
พร้อมฝากไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ให้ดำเนินการตามหน้าที่ ของทีมงานสืบสวนสอบสวน โดยที่ไม่ต้องมีผู้ออกมาร้องเรียน ทั้งเรื่องการปราศรับโจมตี และความพยายามของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่ป่วนเวทีปราศรัยของพรรค ซึ่งทางพรรคได้ยื่นให้ตรวจสอบมาหลายครั้งแล้ว เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
เมื่อถามว่า นายเศรษฐา ตั้งกำแพง ไม่เอา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และไม่เอาพรรคกัญชา ถ้าหลังเลือกตั้ง ไม่เป็นไปตามนี้ นายเศรษฐา ต้องรับผิดชอบหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า “ผมไม่คิดว่าคุณเศรษฐา จะมีอำนาจในการตัดสินใจ ท่านก็เป็นตัวแสดงคนหนึ่งแค่นั้นเอง ท่านมา ท่านก็ช็อปปิ้งตำแหน่งนายกฯ ถ้าไม่ได้ก็กลับไปขายบ้านจัดสรรเหมือนเดิม แต่ดูแล้วท่านก็คงประเมินอยู่ ท่านก็มีโอกาสพูดบนเวที แต่ในเชิงการเมืองท่านต้องไปเรียนรู้ ท่านอาจจะมีความสามารถในเรื่องการบริหารธุรกิจ แต่ในเชิงการเมืองท่านต้องเรียนรู้มากกว่านี้”