ทั้งนี้ นายอนุทิน ยังปฏิเสธตอบว่าน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยมีวุฒิภาวะมากกว่าหรือไม่ แต่ได้แสดงความยินดีกับน.ส.แพทองธาร ที่คลอดบุตรชายเมื่อวานนี้ (1 พ.ค.) ว่า ตอนแรกตนจะโพสต์แสดงความยินดี แต่เนื่องจากมีประเด็นทางการเมือง อาจจะโดนมองว่า เป็นการทอดสะพานทางการเมืองหรือไม่ แต่ในมุมของการเป็นคนรักใคร่ชอบพอกัน ก็ต้องแสดงความยินดีจริงๆ คนมีลูกจะมีความสุข ฝากแสดงความยินดีกับคุณตา(ทักษิณ)ด้วย
เมื่อถามถึงกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทวิตข้อความว่าจะกลับมาเลี้ยงหลาน นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ขอให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยจะวิพากษ์วิจารณ์ได้ จะเห็นได้ว่าพรรคภูมิใจไทย หลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงทางอื่นไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม
ทั้งนี้นายอนุทิน ยังย้ำจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยว่า จะสนับสนุนพรรคที่มีส.ส.มาเป็นลำดับที่ 1 ในการจัดตั้งรัฐบาล และไม่เห็นด้วยกับการให้คนที่อยู่นอกบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเข้ามาเป็นนายกฯ
ส่วนจะต้องมีการเคลียร์ใจกับ นายเศรษฐาหรือพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ว่า ไม่มีแล้ว “พี่นิดเขาว่าผมก่อน เขาไม่ได้ว่าผมส่วนตัว เขาว่าพรรค หนักกว่าว่าส่วนตัวอีก เพราะว่าส่วนตัวผมยังมองว่าเป็นพี่ๆน้องๆกัน แต่นี่ว่าพรรค คนอื่นๆในพรรคก็เสียหาย ผมจึงจำเป็นต้องออกมาตอบโต้ เท่านั้นเอง ไม่มีอะไรในเรื่องส่วนตัว หากมีเรื่องส่วนตัวคงไม่เรียกพี่นิด”
ส่วนจะไฟเขียวให้ผู้สมัครทั้งประเทศฟ้องเอาผิดหรือไม่นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวตนไม่ได้มีธง แล้วแต่การตัดสินใจของแต่ละคน ตอนนี้เหลือเวลาอีกเพียง 2 สัปดาห์เราต้องทำงานของเรา ถ้าผู้สมัครคนใดรู้สึกเสียหายก็เป็นสิทธิ์ของเขา เราไปชี้นำหรือสั่งการคงไม่ได้
ส่วนจะเป็นการปิดประตูกับพรรคเพื่อไทยเลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าว่า เมื่อถึงเวลาเขาก็มีช่องทางในการพูดคุย ทุกพรรคการเมือง
ส่วนจะเป็นเงื่อนไขว่า หากพรรคเพื่อไทยให้นายเศรษฐา ที่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทยจะไม่จับมือด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ ภูมิใจไทยยังไม่พูดท่าทีอะไรทั้งสิ้น ตั้งแต่วันที่แถลงจุดยืนพรรค จนถึงวันนี้ยังไม่มีการหารือกับพรรคการเมืองใด ทุกวันนี้ดูแลแต่ตัวเอง ไม่ให้บอบช้ำกับการกล่าวหา กล่าวให้ร้ายจากผู้อื่น
ขณะเดียวกัน นายอนุทิน กล่าวถึงผลโพลของพรรคภูมิใจไทย ในช่วงโค้งสุดท้ายว่า ดี และตนก็คาดหวังส.ส.ได้มากที่สุดเท่าไรเท่านั้น เพราะคนที่ตัดสินใจคือประชาชน หากวันนี้ไม่ติดการประชุมคณะรัฐมนตรี คงไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ ที่ต้องเข้ามาเพราะมีหน้าที่เป็นคณะรัฐมนตรีรักษาการ ต้องเข้ามาทำหน้าที่ให้สมบูรณ์