"ชาติพัฒนากล้า" เยือนสื่อ "เครือเนชั่น" ประกาศพร้อมสู้ศึกกทม.
26 เม.ย. 2566 | tinakit_rat

"ชาติพัฒนากล้า" เยือนสื่อ "เครือเนชั่น" ประกาศพร้อมสู้ศึกกทม. มั่นใจได้ครบ 33 เขต ระบุ กล้าชนกับกลุ่มทุน ชี้ จะไม่เทเงินลงไปแบบประชานิยม
การเมือง
26 เม.ย. 2566 | tinakit_rat

"ชาติพัฒนากล้า" เยือนสื่อ "เครือเนชั่น" ประกาศพร้อมสู้ศึกกทม. มั่นใจได้ครบ 33 เขต ระบุ กล้าชนกับกลุ่มทุน ชี้ จะไม่เทเงินลงไปแบบประชานิยม
26 เมษายน 2566 พรรคชาติพัฒนากล้า พบสื่อเครือเนชั่น นำโดย นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า, นายวรวุฒิ อุ่นใจ และนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค และผู้สมัครส.ส.กทม.ทั้ง 33 เขต โดยมีนายฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนชั่น กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวต้อนรับว่า
ช่วงนี้เรียกว่าโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว ตนอยากอวยพรให้พรรคชาติพัฒนากล้าโชคดีในการเลือกตั้ง เชื่อว่าหลายๆคนคงได้เข้าไปทำหน้าที่ในสภาผู้แนราษฎรรอบนี้ อยากจะฝากเพื่อประเทศชาติ ทำการเมืองให้สุจริต กล้าที่จะเข้าไปพัฒนาประเทศ สร้างโอกาสนิยมให้ประชาชนได้ลืมตาอ้าปาก และฝากดูแลเรื่องทุนผูกขาดด้วย เครือเนชั่นพร้อมเป็นปากเสียงที่จะสื่อออกไป ให้ชาติพัฒนากล้าส่งถึงประชาชน
ด้านนายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ในพื้นที่กทม.เราพร้อม เป็นโอกาสทางการเมืองของกรุงเทพฯ วัดใจคนกทม.จะเลือกเรื่องของโอกาสนิยมหรือประชานิยม ก็เป็นการเมืองที่เสี่ยงเหมือนกัน แต่การมีผู้สมัครหน้าใหม่ ตนไม่กังวลและคุยง่าย ซึ่งประกอบไปด้วยหลากหลายสาขาอาชีพ ที่ผ่านมา 2 ปีกว่า ตนทำงานกับเขาจนมั่นใจว่าได้คนมีคุณภาพมาทำงานการเมือง
ทำไมต้องสู้เพื่อกรุงเทพฯ เพราะติดกับนโยบายแจกมานาน แต่ความจริงคือไม่ใช่การแจกแต่ต้องเป็นการสร้างโอกาส ซึ่งผู้สมัครของเรามีหลากหลายอาชีพ เพื่อสร้างโอกาสดันอาชีพให้คนอื่นได้รู้และเติมเต็ม แล้วจะแก้ไขอะไรได้บ้าง มั่นใจสนามเลือกตั้งคราวนี้สนุกแน่นอน พร้อมยืนยันมั่นใจทั้ง 33 เขต
ขณะที่ นายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 7 เบอร์ 9 อดีตผู้สื่อข่าว กล่าวว่า ตนเป็นนักข่าวมีคำถามตลอด แต่ระยะเวลาที่ทำงานบ้านเมืองถดถอยจึงตัดสินใจลาออกจากอาชีพนักข่าว เพื่อมาลงมือทำเอง ส่วนที่เลือกพรรคชาติพัฒนากล้าเพราะเป็นพรรค ที่ให้โอกาส เปิดพื้นที่ให้คนจนเมือง ซึ่งทุกคนเป็นผู้สมัครมาจากหลากหลายอาชีพ พวกเรามารวมกัน เพื่อทำนโยบายให้ครอบคลุมคนไทยทุกคน
จากการลงพื้นที่มาตลอด เพื่อให้พรรคเป็นที่รู้จักมากขึ้น และเริ่มมีคนรู้จัก ในฐานะเป็นตัวแทนที่เป็นคนจนเมืองและเป็นมนุษย์เงินเดือน สิ่งที่ตนจะทำให้ หากได้เป็นส.ส.คือเรื่องพลังงาน อย่างไรก็ต้องมีการแก้กฎหมาย มีการปรับโครงสร้างพลังงานให้เป็นธรรมมากขึ้น เพื่อจ่ายค่าพลังงานที่ถูกลงและเป็นจริงอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังมีเรื่องคุณภาพชีวิตที่อยากจะแก้ไข ทำให้เกิดอารยสถาปัตย์ภายในบ้าน เพื่อลดปัญหาการเกิดอุบัติเหตุภายในบ้าน
ด้าน นายบุญสืบ จันทร์แจ่มศรี ผู้สมัครเขต 13 กทม. เบอร์ 3 อดีตผู้บริหาร บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง กล่าวว่า ตนทำงานบริษัทเอกชนมา 30 ปี แต่ยังเห็นปัญหาการเมือง การบริหารจัดการภาครัฐที่ยังคงเป็นปัญหาอยู่ ถึงเวลาแล้วที่อีก 10 ปีข้างหน้า ตนจะทำงานการเมืองเพื่อพี่น้องประชาชน กระแสในลาดพร้าวตอนนี้ค่อนข้างดีแต่ในบึงกุ่ม อาจจะมีกลุ่มบ้านใหญ่ จึงอาจจะต้องลงพื้นที่เพิ่มมากขึ้น
ตนอยากทำให้ลาดพร้าวบึงกุ่ม เป็นเขตที่อยู่อาศัยที่น่าอยู่ที่สุดในกรุงเทพฯ ซึ่งตนอยากทำในเรื่องของสิ่งแวดล้อมการจัดการฝุ่น PM 2.5 และจะพยายามแก้ไขพ.ร.บ.ต่างๆที่เกี่ยวกับกรุงเทพฯ
นายอรรถวิชช์ กล่าวสุดท้ายว่า ตนและนายกรณ์ ลาออกจากพรรคการเมืองใหญ่ และอยากทำการเมืองแบบนี้จริงๆ และเชื่อว่าพื้นที่ที่ทำให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงคือกรุงเทพฯ เราต้องสู้กับกลุ่มนายทุน สู้กับกลุ่มพลังงาน เราไม่ได้หนาเหมือนพรรคอื่นแต่ใจเรากล้า พรรคชาติพัฒนากล้ากล้าแบบไหน คือเรากล้าชนกับกลุ่มทุนกล้าชนกับโครงสร้างที่ผิดเพี้ยน จะไม่เทเงินลงไปแบบประชานิยม หรือโครงสร้างและขอให้ประชาชนให้โอกาสผู้สมัครชาติพัฒนากล้าทุกคน