เลือกตั้ง66 : เวทีดีเบตเนชั่น นครสวรรค์ คึกคัก 8 พรรค โชว์วิชั่นแก้เศรษฐกิจ
22 เม.ย. 2566 | thanita_boo

เลือกตั้ง 66 : เวทีดีเบตเนชั่น นครสวรรค์ คึกคัก "8 แกนนำพรรคการเมือง" จัดเต็มโชว์นโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ดูแลปากท้องประชาชน
การเมือง
22 เม.ย. 2566 | thanita_boo

เลือกตั้ง 66 : เวทีดีเบตเนชั่น นครสวรรค์ คึกคัก "8 แกนนำพรรคการเมือง" จัดเต็มโชว์นโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ดูแลปากท้องประชาชน
22 เมษายน 2566 ที่จ.นครสวรรค์ "เครือเนชั่น" จัดเวทีดีเบตนโยบายหาเสียง ฟังนโยบายภาคเหนือ เชิญแกนนำพรรคการเมืองร่วมเวทีภายใต้โครงการ “Road to The Future : เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย” โดยช่วงแรกเป็นการประชันวิสัยทัศน์ของแต่ละพรรคการเมือง เริ่มจาก
นายอรรถวิชซ์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า ชาติพัฒนากล้า จะเดินหน้าแก้ปัญหาเรื่องพลังงาน โดยเฉพาะค่าไฟ สาเหตุที่เราต้องใช้ไฟแพงกว่าเพื่อนบ้าน เพราะเราตั้งสำรองไฟเกิน ตั้งแต่สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ต่อมาที่รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ ทั้ง 2 มีบทบาททำให้ค่าไฟขึ้น ดังนั้นนโยบายที่ชาติพัฒนากล้าจะทำทันที คือ ลดค่า FT 93 สตางค์/ยูนิต ติดตั้งโซลาร์ รูฟท็อป ฟรี และสามารถขายไฟฟ้าคืนรัฐได้ อีกนโยบายคือ ปรับรูปแบบสหกรณ์เกษตรให้เข้มแข็ง ให้สามารถเข้าตลาดหลักทรัพย์ เราจะขายข้าวให้มีราคาแพงขึ้น
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เพื่อไทย จะเดินหน้าแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ด้านการเมือง จะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้ไทยพ้นจากกับดักรัฐบาลเผด็จการ ในด้านสังคม จะแก้ปัญหายาเสพติด เพื่อไทยจะปิดปัญหาที่เกิดจากเสรีกัญชา และเดินหน้าสร้างสังคมเท่าเทียม แก้ฝุ่นพิษ จัดทำพ.ร.บ.อากาศบริสุทธิ์ เปลี่ยนการเกณฑ์ทหารเป็นรูปแบบการสมัครใจ
ส่วนประเด็นเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นจุดแข็งเพื่อไทย จะเดินหน้าให้เศรษฐกิจไทยโตไม่ต่ำกว่าปีละ 5 เปอร์เซ็นต์ กระจายรายได้อย่างเป็นธรรม เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 700 บาท เพิ่มรายได้เกษตให้เพิ่มขึ้น 3 เท่าใน 4 ปีข้างหน้า การเติมเงิน 1 หมื่นบาท กระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ดูแลประชาชน ทุกครอบครัวมีรายได้ 2 หมื่นบาท ช่วยกันกาพรรคเพื่อไทย เดินหน้าประเทศไทยอีกครั้ง
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า นโยบายที่พรรรคพลังประชารัฐจะทำทันที คือ บัตรประชารัฐ เบี้ยผู้สูงอายุ 3-4-5 เงินเลี้ยงดูบุตร ลดค่าไฟบ้านเหลือ 2.50 บาท/หน่วย ลดราคาน้ำมัน ลดค่าแก๊สเหลือถังละ 250 บาท หากอยากก้าวข้ามความขัดแย้ง เลือกลุงป้อมเป็นนายกรัฐมนตรี
นอกจากนี้สิ่งสำคัญคือ แนวทางการทำงานรัฐบาล ลุงป้อมเป็นคนแรกที่พูดนโยบายชัดเจน คือ ก้าวข้ามความขัดแย้ง เพราะสังคมปัจจุบันแบ่งเป็นฝ่ายชัดเจน คิดต่างได้ แต่ต้องทำงานร่วมกันได้ เสถียรภาพของรัฐบาลจะทำให้เกิดความมั่นคงของชาติ เราต้องเลือกตั้งแล้วได้รัฐบาลที่ทำงานเพื่อประชาชน ทำให้ประชนมีความสุข ไม่ขัดแย้งกัน
น.ต.ศิธา ทิวารี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า จุดยืน จุดแข็ง จุดขาย ไทยสร้างไทย เราจะไม่พายเรือให้คนที่ปล้นประชาธิปไตยได้เข้าฝั่งอีกต่อไป เพราะทำให้ประชาชนตกระกำลำบากมาตลอด 8 ปี เราไม่ต้องการให้ลุงขึ้นฝั่งได้
จุดยืนต่อมาคือ จะช่วยเหลือคนตัวเล็ก เอาผลประโยชน์ประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก การแก้ปัญหาหมอกควัน ฝุ่นพิษ จากการทำลายขยะทางการเกษตรด้วยการเผา เพิ่มราคาสินค้าเกษตร ข้ามหอมมะลิต้องราคาไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นบาท/ตัน ข้าวโพดไม่ต่ำกว่า 8 บาท/กก. เราจะเป็นนั่งร้านให้คนรุ่นใหม่ได้มาบริหารประเทศ เรายึดมันประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข นครสวรรค์ต้องไม่เป็นเมืองทางผ่าน โดยจะจัดกิจกรรม 12 ครั้ง/ปี
นายหิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ ประจำภาคเหนือ กล่าวว่า ที่ผ่านมา มีการโจมตีลุงตู่ว่า 8 ปี ไม่ทำอะไรเลย จึงขอย้ำว่า สิ่งที่เราทำมาแล้วเราอยากจะทำต่อ โดยเฉพาะการดูแลฐานราก นโยบายบัตรสวัสดิการพลัส เพิ่มการดูแลรากหญ้า 1000 บาท/ เดือน โดยไม่เป็นภาระการเงินการคลัง ใช้ได้ทุกที่ไม่จำกัดระยทาง ไม่มีวันหมดอายุ และยังมี นโยบายดูแลผู้สูงอายุ เดือนละ 1000 บาท นอกจากนี้ รวมไทยสร้างชาติยังมีนโยบายด้านน้ำ การบริหารจัดการน้ำ ดูแลเกษตร นโยบายหาน้ำมันถูกให้เกษตรกร สร้างอีอีซี
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองหัวหน้าพรรค กรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ชูนโยบาย ว้าวไทยแลนด์ แก้ปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างรายได้สร้างอาชีพ สร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ให้ค้าขาย การแก้ปัญหาหนี้สินให้พี่น้องประชาชน ตั้งสินเชื่อบุคคลแห่งชาติ
ขณะที่นโยบายพัฒนาภาคเหนือ ด้านการท่องเที่ยว สร้างแบรนดิ้งใหม่ให้นครสวรรค์ เพิ่มการค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้าน ด้านการเกษตร พัฒนาเกษตรอินทรีย์ และเกษตรปลอดภัย นครสวรรค์ต้องเป็นฮับแปรรูปสินค้าเกษตร และเป็นศูนย์กลางระบบรางทางภาคเหนือ ส่วนนโยบายสิ่งแวดล้อม ต้องแก้ไขออกกฎหมายอย่างจริงจัง เก็บเกี่ยวโดยไม่เผา
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคก้าวไกล กล่าวว่า เลือกก้าวไกลรอบนี้จะลบล้างการรัฐประหาร หยุดแช่แข็งเหนือตอนล่าง ทลายทุนผูกขาดซึ่งเป็นที่มาของค่าไฟฟ้าแพง ก้าวไกลต้องการฉายภาพการเปลี่ยนแปลง ต้องหยุดปัญหาฝุ่นpm 2.5 ให้งบอบต.จัดการปัญหาเรื่องฝุ่นได้ทันที เราต้องมีนายกฯที่ทำงานกับนานาชาติได้ ซึ่งเป็ฯนายกฯที่มาจากการเลือกตั้งจากระบอบประชาธิปไตย นอกจากนี้จะแก้ปัญหาน้ำแล้งน้ำท่วมซ้ำซาก งบพัฒนาแหล่งน้ำกระจายทุกพื้นที่ ความมั่นคงกับผู้สูงอายุ 60 ปีได้เงินบำนาญทั่วหน้า 3 พันบาท
หยุดแช่งแข็งพี่น้องชนบท ต้องมีที่ดินทำกิน เพื่อพัฒนาการเกษตร แก้ไขปัญหาที่ดิน สปก.เป็นโฉนด 10 ล้านไร่ ปลดหนี้เกษตรกร ส่งเสริมเอสเอ็มอีให้แข็งแรง เราต้องปลดล็อกการบริหาร ให้มีเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด
นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคภาคเหนือ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ มี3 ยุทธศาสตร์ สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ โครงการประกันรายได้ สนับสนุนทุนไร่ละ 2 พัน สนับนุนเอสเอ็มอี เพิ่มแหล่งทุนให้ร้านค้าชุมชน ฟรีอินเตอร์เน็ต 1 ล้านจุด
ส่วนการสร้างคน คือการสร้างสุขภาพที่ดี ตรวจฟรี รักษาฟรี ด้วยประชาชนใบเดียว ส่วนการสร้างชาติ ระบบรัฐสภาที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขต้องคงอยู่ ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลภาคเหนือจะต้องเชื่อมโลก ภาคการเกษตร เข้มแข็ง ยกระดับเกษตรกร สนับสนุนเครื่องมือแปรรูป พร้อมขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ เชื่อมภาคขนส่ง ด้วยการเพิ่มระบบขนส่ง เชื่อมกับประเทศเพือนบ้าน ใช้ซอฟต์พาวเวอร์ไปสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ มั่นใจประสบการณ์นายจุรินทร์ พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อกอบกู้เศรษฐกิจของประเทศ