เนชั่นทีวี

การเมือง

"แพทยสมาคมฯ" จับมือ"ลมวิเศษ" ชวนพรรคการเมืองถกหาทางออก"PM2.5"(ชมคลิป)

19 เม.ย. 2566 | sirisak_rue

"แพทยสมาคมฯ" จับมือ"ลมวิเศษ" ชวนพรรคการเมืองถกหาทางออก"PM2.5"(ชมคลิป)

"แพทยสมาคมฯ" จับมือ"ชมรมลมวิเศษ" จัดเสวนา "สานฝันลมหายใจคนไทยไร้ฝุ่น PM 2.5" ชวนพรรคการเมืองถกหาทางออก PM2.5 (ชมคลิป)

19 เมษายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ ชมรมลมวิเศษ จัดเสวนาประเด็นการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมกับสุขภาพวาระ "สานฝันลมหายใจคนไทยไร้ฝุ่น PM 2.5" นำโดย นพ.สุขุม กาญจนพิมาย นายกแพทยสมาคมพร้อมด้วย รศ.นพ.สุทัศน์ รุ่งเรืองหิรัญญา ประธานที่ปรึกษาชมรมลมวิเศษ และ นางสุพัตรา จิราธิวัฒน์ ในฐานะประธานชมรมลมวิเศษ

นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวเปิดงานและเปิดเผยข้อมูลว่า ปัจจุบันภาวะฝุ่น PM 2.5 ทวีความรุนแรงมากขึ้น กว่า 54 จังหวัดของประเทศไทยมีค่า PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน ส่งผลให้มีผู้ป่วยด้วยโรคที่เกี่ยวกับมลพิษทางอากาศจนถึงปัจจุบันสูงกว่า 2,472,492 ราย นับว่าเป็นอีกหนึ่งวิกฤตที่ประเทศไทยต้องรับมือไปควบคู่กับโรคโควิด19 ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขมีบทบาทปลายน้ำของฝุ่น PM2.5 ที่ผู้ป่วยอาจประสบภาวะเจ็บป่วยหลากอาการตามภาวะ กระทรวงติดตามภาวะนี้ตลอดทั้งปี

"แพทยสมาคมฯ" จับมือ"ลมวิเศษ" ชวนพรรคการเมืองถกหาทางออก"PM2.5"(ชมคลิป)

"หากปริมาณฝุ่น PM2.5 ขึ้นมาในแต่ละระดับก็จะมีมาตรการต่างๆ กำกับดูแล อยากให้กระทรวงอื่นๆ ที่เป็นต้นน้ำที่จะบูรณาการอากาศที่ดีให้คนไทยได้ในระยะยาว โดยเฉพาะภาคเหนือนั้น พบว่ามีประชาชนป่วยด้วยโรคถุงลมโป่งพองและมะเร็งปอดมากกว่าพื้นที่อื่นๆ หลายเท่า โดยผลวิจัยพบว่าฝุ่น PM 2.5 เป็นส่วนหนึ่งของโรคนี้ ตรงนี้จะได้ร่วมกันคิดและสานฝันว่าคนไทยจะหายใจไร้ฝุ่นได้อย่างไร" นายแพทย์ณรงค์ ระบุ 

นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย นายกแพทยสมาคมฯ กล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในวันนี้ก่อให้เกิดปัญหากับโรคระบบทางเดินหายใจของคนไทยจำนวนมาก วันนี้นโยบายว่าที่รัฐบาลใหม่ที่จะเกิดขึ้นนั้น พรรคต่างๆ จะวางนโยบายแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไรนั้นต้องติดตามจากวิสัยทัศน์ที่ตัวแทนพรรคต่าง ๆ จะแสดงมุมมองในการวางมาตรการแก้ไขฝุ่น PM 2.5 ในวันนี้และอนาคต

"แพทยสมาคมฯ" จับมือ"ลมวิเศษ" ชวนพรรคการเมืองถกหาทางออก"PM2.5"(ชมคลิป)

ขณะที่ "นางสุพัตรา จิราธิวัฒน์" ประธานชมรมลมวิเศษ กล่าวว่า ชมรมฯมีภารกิจรณรงค์และประชาสัมพันธ์การป้องกันการเกิดปัญหาของประชนที่อาจป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ ปัจจัยหนึ่งที่รุนแรงจนวิกฤตคือ ฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศโดยเฉพาะภาคเหนือ หากฝุ่น PM2.5 สะสมในร่างกายมาก ๆ จะเกิดปัญหาหลายโรค รวมทั้งกระทบมิติอื่น ๆ เช่น เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ค่าใช้จ่ายของครอบครัว ดังนั้นต้องป้องกันดูแลสุขภาพของคนในครอบครัว ทางชมรมฯเห็นว่าฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องควรกำหนดนโยบายแก้ไขอย่างจริงจังในวาระนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลามในวันข้างหน้า

ด้าน นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ปัญหาฝุ่นใน กทม. คือ ความเหลื่อมล้ำ ที่ผ่านมา กทม. ตั้งทีมนักสืบฝุ่นวิจัยจนพบว่า PM 2.5 มาจากรถยนต์, การพัดของลมตามฤดูกาล,การเผาวัชพืช ตอนนี้ กทม. ได้เฝ้าระวังร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์ตามจุดฮอตสปอต และ แจ้งเตือนผ่านระบบแอพลิเคชั่น เพื่อแจ้งสถานการณ์เชิงรุกให้ประชาชน, การกำจัดต้นตอ เช่น ยานยนต์ที่สัญจร สถานประกอบการ การแก้ไขการเผาวัชพืชในแปลงเกษตรกรรม, การป้องกันสุขภาพ โรงพยาบาลของ กทม. และ ศูนย์อนามัย กทม. หลายแห่งทำหน้าที่คลินิกฝุ่นและห้องปลอดฝุ่น

"แพทยสมาคมฯ" จับมือ"ลมวิเศษ" ชวนพรรคการเมืองถกหาทางออก"PM2.5"(ชมคลิป)

รวมทั้งรณรงค์วัดกับศาลเจ้าให้ใช้ธูปลดลง ตอนนี้มีวาระแห่งชาติเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองที่ทุกฝ่ายต้องร่วมดำเนินการ โดย กทม. ได้จัดทำไปแล้วหลายส่วน จึงฝากพรรคต่าง ๆ หากได้เป็นรัฐบาลช่วยดำเนินการด้วย

จากนั้น มีการเสวนานโยบายพรรคการเมืองเพื่อลมหายใจคนไทยไร้ฝุ่น PM 2.5 โดยมีตัวแทนพรรคการเมืองเข้าร่วมเสวนาและตอบคำถาม ในประเด็นนโยบายพรรคด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม

"แพทยสมาคมฯ" จับมือ"ลมวิเศษ" ชวนพรรคการเมืองถกหาทางออก"PM2.5"(ชมคลิป)

น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ตัวแทนพรรคภูมิใจไทยและผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขตพญาไทดินแดง พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 6 กล่าวว่า การแก้ไขปัญหา PM 2.5 นั้นพรรคได้วางนโยบายด้านพลังงานสะอาด เช่น รถเมล์ไฟฟ้าและมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเพื่อที่จะลดภาวะเรือนกระจกห้าแสนตันต่อปี การติดตั้งหลังคาโซลาร์รูฟทอปเพื่อลดค่าใข้จ่ายให้ประชาชน

ส่วนเรื่องการเผาป่าในภาคเหนือที่ประชาชนรับผลกระทบมากสุดในประเทศเพราะป่วยเป็นโรคมะเร็งปอดและระบบทางเดินหายใจ ตนพบว่า รัฐบาลมีนโยบายห้ามเผาพืชและวัขพืชทางการเกษตรในช่วงหกสิบวัน แต่ความจริงมีการลักลอยเผาก่อนการห้ามเผา เพราะบางคนเผาป่าหาเห็ด บางคนเผาเพื่อปลูกปรับพื้นที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยว

"หากใครได้ไป จ.เชียงใหม่ ที่ ดอยม่อนแจ่ม และ แม่กำปอง จะพบว่าแทบไม่มีการเผาเพราะประชาชนมีรายได้จากท่องเที่ยวและป่าชุมชน ดั้งนั้นควรเรียนรู้จากพื้นที่และเชื่อว่าทุกคนเรียนรู้มาตรการแก้ปัญหาทั้งหมด แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลจริงจังเกี่ยวกับการปัญหาหรือไม่ เช่น ร่างกฎหมายอากาศสะอาดที่ตนเป็นคนหนึ่งที่ผลักดันโดนปัดตกห้าครั้งในการประชุมสภาผู้แทนฯ ชุดที่แล้ว เพราะที่ประชุมมองว่าเป็นร่างกฎหมายการเงิน ตนมองว่า หากตั้งใจแก้ไขวาระนี้ก็ทำได้แต่ไม่ทำ เช่น ไม่กี่ปีก่อน มีการรณรงค์ไม่ใช้ถุงพลาสติกในร้านสะดวกซื้อก็ได้รับความร่วมมือจากสังคม" น.ส.ภาดาท์ กล่าว

ส่วนการเผาและฝุ่นควันจากเพื่อนบ้าน เราต้องยกให้เป็นการแก้ปัญหาในระดับอาเซียนเพราะระดับทวิภาคีนั้น แก้ไม่จบ เราต้องทำเรื่องนี้เพื่อให้เห็นว่าเป็นปัญหาที่ทั่วโลกต้องร่วมกันแก้ไข และคนไทยต้องทำได้ ขอให้เชื่อว่านโยบายพรรคแก้ไขได้แน่นอน

"แพทยสมาคมฯ" จับมือ"ลมวิเศษ" ชวนพรรคการเมืองถกหาทางออก"PM2.5"(ชมคลิป)

ขณะที่ นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประกาศสงครามกับ PM 2.5 ที่ทุกคนต้องช่วยกันด้วยการผลักดันร่างกฎหมายอากาศสะอาดที่จะดำเนินการระยะสั้น กลาง ยาว โดยนำโมเดลจากต่างประเทศมาปรับใช้ เพราะตอนนี้ กทม. ติดอันดับสิบของโลกที่มีปัญหาฝุ่นควันต้องเร่งแก้ไขโดยด่วนที่สุด

นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ระบบสาธารณสุขในตอนนี้ขาดบุคลากรและงบประมาณ พรรคมีแนวทางพัฒนาโดยใช้งบประมาณหกแสนล้าทบาทที่ไม่จำเป็นจากโครงการอื่น ๆ มาใช้ และ ชูนโยบายซีโร่แทรชในการแก้ปัญหาขยะและสิ่งแวดล้อมส่วน ปัญหาของ PM 2.5 นั้นเกิดในพื้นที่ในเมือง, นอกเมือง, เพื่อนบ้าน คือ ไอเสียเครื่อยนต์ การเผาวัชพืช และไฟป่า ยอมรับว่า PM 2.5 ร้อยละเจ็ดสิบเกิดจากการเผาจากประเทศเพื่อนบ้านในไร่ข้าวโพด จากคอนแท็กฟาร์มมิ่งของเอกชนไทยที่ไปปลูกในประเทศเพื่อนบ้าน เพราะไม่มีภาษีนำเข้า จุดนี้ต้องแก้กฎหมายบังคับเอกชนไทยในการปลูกพืชในพื้นที่ของประเทศเพื่อนบ้านเพื่อไม่สร้างมลภาวะ

"แพทยสมาคมฯ" จับมือ"ลมวิเศษ" ชวนพรรคการเมืองถกหาทางออก"PM2.5"(ชมคลิป)

ด้าน นายกนก วงษ์ตระหง่าน ตัวแทนพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า PM 2.5 เกิดจากความเหลื่อมล้ำ คนที่เผาวัชพืชเพราะยากจน เมื่อเก็บเกี่ยวสินค้าเกษตรเสร็จแล้วจึงเผาเพราะไม่มีเงินในการทำลายด้วยวิธีอื่น หากเกษตรกรได้ประโยชน์มากกว่าการไม่เผา PM2.5 จะยุติ โดยตอนนี้เราใช้ระบบดาวเทียมจับจุดฮอตสปอต จุดใดเผาบ่อย ควรให้หน่วยงานต่าง ๆ เข้าไปทำความเข้าใจและหาวิธีแก้ไข สร้างแรงจูงใจกับประชาชนว่า ไม่เผาแล้วจะได้งบอุดหนุนครอบครัวละสองหมื่นบาท ส่งเสริมความรู้การปลูกพืชผสมผสานที่สร้างรายได้หนึ่งหมื่นบาทต่อเดือน ร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านให้ชัด คุยกับเอกชนของไทยที่ไปลงทุนในพื้นที่ของเพื่อนบ้าน โดยใช้กฎหมายและมาตรการภาษีมาดำเนินการ

"แพทยสมาคมฯ" จับมือ"ลมวิเศษ" ชวนพรรคการเมืองถกหาทางออก"PM2.5"(ชมคลิป)

"ที่ผ่านมาพบว่ามีการพัฒนาแบบไม่ยั่งยืน เพราะต้องการได้เงินเร็วจึงโยนปัญหาไปอนาคต หากจะลดการเผาในพื้นที่โล่งแจ้งนั้นพบว่า พื้นที่กว่าหนึ่งล้านห้าแสนไร่ในประเทศเกิดการเผาเป็นประจำ ต้องแก้ไขจุดนี้ตามที่ตนระบุ และกระตุ้นข้าราชการว่าต้องดำเนินการตลอดปีไม่ใช่ทำงานตามฤดูกาล และกำหนดค่าการใช้พลังงาน ที่มีค่ามาตรฐานการป้องกันการก่อให้เกิด PM 2.5 จากทุกหน่วยงาน" นายกนก กล่าว

ชมคลิป >>>

ข่าวล่าสุด