"บิ๊กตู่"แย้ม"รทสช."ชงนโยบายเพิ่มรายได้ปชช. 12,000 บาทต่อปี
16 เม.ย. 2566 | wattana_kha

"ประยุทธ์"ขอโทษหาเสียงอาจทำให้รำคาญ เผย"รวมไทยสร้างชาติ"เตรียมแจง กกต. ชงเพิ่มรายได้ประชาชนปีละ 12,000 บาท กระตุ้นฐานราก แซะบางพรรคคิดนโยบายไร้หลักการ
การเมือง
16 เม.ย. 2566 | wattana_kha

"ประยุทธ์"ขอโทษหาเสียงอาจทำให้รำคาญ เผย"รวมไทยสร้างชาติ"เตรียมแจง กกต. ชงเพิ่มรายได้ประชาชนปีละ 12,000 บาท กระตุ้นฐานราก แซะบางพรรคคิดนโยบายไร้หลักการ
16 เมษายน 2566 "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรี ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่ตลาด อตก. ว่า ต้องขอโทษประชาชนด้วย ที่วันนี้ (16เม.ย.) มีความจำเป็นออกมาลงพื้นที่ ในฐานะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ ถือเป็นกติกาที่ต้องหาเสียง
"ต้องขอโทษหากรบกวนคนที่มาตลาด แต่ก็ยินดีที่ทุกคนให้การต้อนรับอย่างดียิ่งทุกคน มีมิตรไมตรีให้กัน ขออวยพรให้ทุกคนประสบความสำเร็จ ในการค้าขายต่างๆ และทำให้มีการบ้านกลับไปคิดอีกว่า จะทำอะไรให้ดีขึ้นกว่าเดิม เป็นการทำต่อ และทำใหม่ให้ดีขึ้นกว่านี้อีก ปัญหาบ้านเรามีคือ ร้านค้าเล็กๆน้อยๆค่อนข้างเยอะ กำลังการผลิตเยอะ แต่กำลังซื้อน้อยไป จะต้องทำให้ทั้ง 2 ทางไปด้วยกัน" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ทั้งคนขายและคนซื้อ สามารถพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันได้ ในการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในระดับฐานราก เพราะเป็นส่วนสำคัญของประเทศไทย ทั้งในวันนี้และวันหน้า หากสามารถพึ่งพาตัวเองได้ ใช้จ่ายในพื้นที่ได้ เงินก็จะหมุนเวียนในระบบมากขึ้น โดยในส่วนของงบประมาณรัฐบาลที่เพิ่มเติมมา คือ เรื่องของการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนจากต่างประเทศ ที่ยังมีแผนงาน ซึ่งจะมีผลในไม่อีกกี่ปีข้างหน้า เป็นการเติมทั้ง 2 อย่าง ประเทศไทยก็จะมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน
พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้อธิบายถึงนโยบายที่จะให้เงินมากกว่า 10,000 บาท ว่า หากลองดูตัวเลขง่ายๆ ถ้าตัวเลขที่ทำได้คำนวณดูแล้ว ไม่ผิดกติกา ไม่ผิดกฎหมาย ตั้งวงเงินไว้เดือนละ 1,000 บาท ถ้ารวมทั้งปีได้ 12,000 บาท ถ้าเปรียบเทียบ 10,000 บาทกี่เดือน ในระยะเวลา 6 เดือน ที่ใช้ และเป็นการให้ครั้งเดียว
"แต่สิ่งที่เราทำ จะได้ทุกเดือน และมันพุ่งเป้าไปสู่กลุ่มที่เขามีความเดือดร้อนจริง การใช้เงินไม่ใช่จะหว่านไปทั่วไม่ได้ อันนี้เป็นความคิดเห็นของต่างประเทศด้วย เราก็นำมาวิเคราะห์วิจัยว่า อะไรทำได้หรือทำไม่ได้ อย่าลืมว่า เราจะต้องให้ความ สำคัญกับเสถียรภาพการเงิน ของเราที่แข็งแกร่ง" พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
เมื่อถามว่า ของเดิมที่ทำอยู่จะดีกว่า ตรงที่ใช้ได้ทั้งประเทศไม่ได้กำหนด รัศมีในการใช้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะใช้ได้ทุกพื้นที่ อย่าลืมว่า บางร้านค้าข้างล่างที่หวังจะไปเก็บเงินอะไรเขา มีปัญหาอยู่ตรงที่บางร้านเป็นร้านเล็กๆ น้อยๆ อาจไม่ได้จดทะเบียนด้วยซ้ำ ซึ่งก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน นอกจากยกระดับให้ดีขึ้น เพื่อเข้าสู่ระบบในการจดทะเบียน ห้างร้าน เพราะถ้าไม่จดขึ้นทะเบียนก็พัฒนาไม่ได้ เก็บภาษีไม่ได้ แต่ก็เห็นใจเพราะบางคนรายได้น้อย เข้าใจหรือไม่ลองคิดเปรียบเทียบอย่างนี้
"ผมไม่ได้ ติเตียน ว่าใคร ทั้งหมด ผมบอกเหตุผลของผม และล่าสุดผมเป็นผู้บริหารเอง ในขณะนี้ลองเปรียบเทียบดูแล้วกัน ถ้าไม่พุ่งเป้า เราจะเพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่แก้ปัญหาแบบพุ่งเป้า ใครเดือดร้อนมากเดือดร้อนน้อย ก็ต้องดูแลกันตามนั้น ทุกเรื่องก็ต้องทำตามนี้ในหลักการ" แคนดิเดตนายกฯ กล่าว
สำหรับนโยบายที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ส่งตามกำหนดระยะเวลานั้น ซึ่งพรรคทำแล้วและต้องส่งให้ทัน คงใกล้เสร็จหมด เผลอๆจะเสร็จหมด แล้วด้วยซ้ำไป เพราะเมื่อวานก็ได้ถาม ทราบว่า ใกล้เสร็จแล้ว เพราะทำมาหลายวัน และรู้ว่า ต้องชี้แจง กกต. และต้องคำนึงถึงรายรับ ที่มีอยู่ และรายจ่ายที่ต้องมีอยู่เดิม ซึ่งการดูแลผู้มีรายได้น้อยก็มีอยู่แล้ว ทุกนโยบายต้องผ่านประธานยุทธศาสตร์ ไม่เช่นนั้นจะเป็นประธานไปทำไม เพราะประธานไม่ได้มีหน้าที่นั่งเฉยๆ
เมื่อถามว่า ผลโพลที่ออกมาทำให้เสียกำลังใจหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวทันทีว่า ไม่เสียหรอกก็เป็นเรื่องของประชาชน เป็นเรื่องของประเทศชาติ ว่าจะได้รับอะไรต่อไปก็แล้วแต่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคน ตนไม่ห้าม และไปว่าอะไรกับใครไม่ได้อยู่แล้ว
ส่วนช่วงโค้งสุดท้ายพรรครวมไทยสร้างชาติ จะมีปรับกลยุทธ์ในการหาเสียงอย่างไรหรือไม่ เพื่อให้ผลโพล มาอันดับ 1 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญที่สุด มองในแง่ว่าทำอย่างไรให้ประชาชนเข้าใจ และให้ความร่วมมือ หากหาเสียงกันแบบมีแต่ให้ จะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ก็ทราบกันมาอยู่แล้ว ที่ผ่านมาก็เกิดเยอะแยะ แล้วได้อะไรกลับมาหรือไม่ ก็มีปัญหามาตลอด
"วันนี้ทุกประเทศในโลก ถ้าใช้วิธีการนี้ ก็คือการดูแลเฉพาะเจาะจง กลุ่มรายได้เท่าไหร่ ควรจะได้อะไร อะไรที่ควรจะได้ ทุกอย่างต้องมี หลักคิด ถ้าจะพูดเอง เออเอง ทั้งหมด แล้วคนชอบ ก็กรรมเวรของประเทศชาติไปก็แล้วกัน" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว