เมื่อถามอีกว่าพลเอกประยุทธ์ ยกตัวอย่างหลายประเทศที่ใช้สกุลเงินดิจิทัลแล้วทำให้ประเทศล่มสลาย นายเศรษฐากล่าวว่าพลเอกประยุทธ์ไม่เข้าใจสิ่งที่พรรคเพื่อไทยกำลังทำ จึงแนะนำให้พลเอกประยุทธ์กลับไปอ่านและทำความเข้าใจนโยบายเพื่อไทยให้ดี
ส่วนที่ กกต.ให้พรรคเพื่อไทยชี้แจงถึงแหล่งที่มาและวงเงินในนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล นายเศรษฐา กล่าวว่าพรรคเพื่อไทยยินดีให้ความร่วมมือกับ กกต. ซึ่งขณะนี้คณะทำงานด้านเศรษฐกิจและกฎหมาย อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเอกสาร ซึ่งจะเป็นโอกาสดีที่จะได้ชี้แจงเป็นกิจลักษณะ
ขณะที่นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่าเรื่องนี้ได้ดำเนินการตามมาตรา 57 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองปี 2560 แล้ว แต่ยังเหลือแค่รายละเอียดของแหล่งที่มาของเงินที่จะใช้ในนโยบาย พรรคเพื่อไทยก็ยินดีที่จะปฏิบัติตาม กกต. ไม่มีปัญหาอะไร
ส่วนหนี้สาธารณะของประเทศที่รัฐบาลนี้ก่อไว้จะเป็นปัญหากับนโยบายนี้หรือไม่นายเศรษฐา กล่าวว่าก็ไม่เชิง แต่เพื่อไทยแก้ไขได้ เพราะอาสาเข้ามาแก้ปัญหา จะบอกแบบนั้นก็ไม่เชิงเพราะมันเป็นปัญหา ยืนยันว่าเข้ามาฟื้น ไม่ใช่เข้ามาพัง
ขณะที่นายชัยเกษม กล่าวเสริมว่า แน่นอน นโยบายของพรรคเพื่อไทยเข้ามาฟื้นเศรษฐกิจไม่ได้เข้ามาพังเศรษฐกิจ และทุกอย่างที่พรรคเพื่อไทยทำมีการคิดมาอย่างดีแล้วจึงจะทำ และไม่ได้ทำเฉพาะการหาเสียงเท่านั้น แต่ทำเพื่อแก้ปัญหาที่รัฐบาลที่แล้วสร้างปัญหาไว้ให้กับประเทศ และมั่นใจว่ากรณีที่ กกต.เชิญไปชี้แจงถึงการจัดทำนโยบายจะไม่เกิดปัญหาอะไร ซึ่งนายเศรษฐา กล่าวเสริมว่า เป็นการชี้แจง ไม่ได้แก้ไข ขณะเดียวกันนายแพทย์ชลน่าน ยืนยันเช่นกันว่า กกต.ไม่มีอำนาจสั่งแก้ไข หรืออนุญาต อนุมัติในเรื่องของนโยบาย เพียงแต่ตามกฎหมายต้องแจ้งให้กกต.ทราบถึงเรื่องที่มาของรายได้ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น และผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการชี้แจงต่อกกต.
เมื่อถามว่าในช่วงเวลาระยะสั้นในการหาเสียงจะทำให้ประชาชนเข้าใจนโยบายหาเสียงหรือไม่ นายเศรษฐา ระบุว่า การสื่อสารของพรรคเพื่อไทยมีหลายช่องทาง และเมื่อวานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจได้แถลงไปแล้ว และหลังจากนี้ต้องได้พูดคุยกันต่อพร้อมกับเดินสายหาเสียงด้วยเวลากว่า 30 วัน เพราะเป็นของใหม่ เป็นของดี เป็นนโยบายหลักของเพื่อไทยที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจจากสภาพที่ประชาชนเดือดร้อนมากว่า 8-9 ปี เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องชี้แจงกับประชาชน
ขณะเดียวกันนายแพทย์ชลน่าน กล่าวเสริมว่าการหาเสียง 400 เขตทั่วประเทศจะขับเคลื่อนนโยบายกระเป๋าเงินดิจิททัลเป็นหลัก และต้องชี้แจงอธิบายกับประชาชน จึงมั่นใจว่า ในแต่ละเขตเลือกตั้งจะเข้าถึงประชาชน อย่างเช่น ในเขตเลือกตั้งของตนเองมีฐานประชากร 1.6 แสนคน พื้นที่ 40 ตำบล 340 หมู่บ้าน ได้อธิบายนโยบายนี้อย่างชัดแจ้ง นายเศรษฐา ยังกล่าวด้วยว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเปิดนโยบายมาแล้ว 3-4 วันก็ยังเป็นที่กล่าวขานของพรรคอื่นและประชาชน ซึ่งเห็นว่าเป็นเรื่องดีที่เพื่อไทยจะชี้แจงกับประชาชน
นายแพทย์ขลน่าน ยังกล่าวด้วยว่า เวทีปราศรัยใหญ่จังหวัดน่านครั้งนี้ถือเป็นเวทีแรกหลังการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คน และยังเป็นพื้นที่สำคัญของหัวหน้าพรรคที่ลงสมัคร ส.ส.เขต พร้อมกล่าวขอบคุณแคนดิเดตนายกฯทั้ง 3 คนที่มาร่วมปราศรัยเป็นเวทีแรกของแคนดิเดตนายกฯทั้ง 3 คน และในนามผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดน่าน ได้กล่าวขอบคุณแคนดิเดตทั้ง 3 คน และมั่นใจว่า กระแสที่จะเกิดขึ้นจะทำให้ พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง 3 เขตทั้งจังหวัดได้แน่นอน และมั่นใจว่าไม่ทำให้เสียชื่อในฐานะเจ้าของพื้นที่ได้อย่างแน่นอน
ทั้งนี้ในช่วงเย็นพรรคเพื่อไทยจะเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา วิทยาเขตน่าน โดยจะมีแกนนำสำคัญขึ้นเวทีครบ อาทิ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว // นางสาวแพทองธาร ชินวัตร (ผ่านระบบซูม) // นายเศรษฐา ทวีสิน // นายชัยเกษม นิติสิริ // นายจาตุรนต์ ฉายแสง // นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ