ส่วนสภาพเศรษฐกิจโดยเฉพาะการจับจ่ายในตลาดของประชาชน นายเศรษฐา กล่าวว่า จะเห็นได้ว่าในบริเวณพื้นที่ใกล้ๆกับสถานีรถไฟก็มักจะมีตลาด ซึ่งมีการจับจ่ายใช้สอยที่ดีหากมีการพัฒนา และแนะนำให้คนมาใช้รถไฟมากยิ่งขึ้น ตนคิดว่าเศรษฐกิจบริเวณสถานีรถไฟหรือว่าชานชาลาก็น่าจะพัฒนาต่อไปได้ โดย ส.ส.ของเราก็มีความสนใจในเรื่องของการทำพื้นที่ทั้งตลาดหรือทำที่จอดรถ ให้ดีขึ้นเพื่อให้ประชาชนจะได้มาจับจ่ายใช้สอย เศรษฐกิจก็จะดีขึ้น
เมื่อถามว่ามองภาพอนาคตหากว่านโยบายของพรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะเรื่องของการเติมเงินในกระเป๋าดิจิทัล เข้ามาแล้วสภาพเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร นายเศรษฐา ตอบว่า เป็นเรื่องที่ชัดเจนเพราะเวลาที่ตนเดินในตลาดก็มีประชาชนถามตลอดว่ามาจริงหรือเปล่ามาเมื่อไหร่และใช้อย่างไร หากว่าพรรคเพื่อไทยได้รับความไว้วางใจเป็นรัฐบาลภารกิจแรกๆก็จะต้องเร่งทำในเรื่องของนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาทตรงนี้ และตนก็มองว่าไม่ต้องรอให้เงินตกไปอยู่ในกระเป๋าแต่จะเป็นจะต้องเร่งในเรื่องของการผลิตสินค้า และร้านค้าต่างๆก็จะต้องเตรียมโปรโมชั่นเพื่อรอรับวันแรกของการหยอดเหรียญ 10,000 บาทลงไป วันนี้ตนได้เห็นสีหน้าของประชาชนก็รับรู้ว่าเขาคอย เพราะเป็นนโยบายที่ดี เพราะ 8 ปีที่ผ่านมาเขาอยู่ในสภาพที่ยากลำบาก
ส่วนนโยบายนี้จะเป็นปัจจัยให้คนกรุงเทพฯเลือกพรรคเพื่อไทยมากน้อยแค่ไหนนั้น ตนไม่อยากจะขอพูดอะไร แต่หน้าที่ตนคือการขยายความให้ประชาชนได้เข้าใจ และทำความแน่ใจว่าทุกๆนโยบายที่ออกไป เป็นที่โดนใจของประชาชน ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นแรงผลักดันให้ประเทศไทยกลับมาเป็นเสือตัวที่ 5 ของภูมิภาคได้
นายเศรษฐา ยังกล่าวถึงการช่วยผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย นาย ศิลปวิชญ์ น้อยสมมิตร ลงพื้นที่หาเสียงในวันนี้ด้วยว่าไปที่ไหนก็มีแต่คนรู้จัก นายศิลปวิชญ์ มีแต่คนทักทาย
นายเศรษฐา ยังกล่าวติดตลกด้วยอีกว่า จึงเป็นที่มั่นใจได้ว่าในวันที่ 14 พฤษภาคม ผู้สมัครของเพื่อไทยจะน้ำหนักลง ซึ่งถือเป็น KPI ว่าผู้สมัครส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทย จะต้องน้ำหนักลงจากอากาศร้อนและเพราะว่าลงพื้นที่ฟังความคิดเห็นของประชาชนเยอะ และหากได้รับเลือกเข้ามา เมื่อชั่งน้ำหนักแล้วก็ห้ามขึ้น ถ้าน้ำหนักขึ้นแสดงว่าไม่ได้กลับไปเยี่ยมเยียนเขาใหม่ อันนี้ก็ต้องโดน
จากนั้นนายเศรษฐา และคณะแกนนำพรรคเพื่อไทยเดินทางด้วยรถสองแถวจากตลาดเดินเล่นไปยังสถานีรถไฟฟ้า MRT ใต้ดินท่าพระ เพื่อขึ้น MRT ไปศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อร่วมงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 51