เนชั่นทีวี

การเมือง

"ศาลปกครอง"ยกฟ้อง"แบ่งเขตเลือกตั้ง" ชี้ กกต. ทำถูกต้องตามกฎหมาย

07 เม.ย. 2566 | thamsathit_pol

"ศาลปกครอง"ยกฟ้อง"แบ่งเขตเลือกตั้ง" ชี้ กกต. ทำถูกต้องตามกฎหมาย

"ศาลปกครอง"ยกฟ้อง"แบ่งเขตเลือกตั้ง" กรุงเทพมหานคร ,จ.สกลนคร และ จ.สุโขทัย ชี้ "กกต."ทำถูกต้อง ด้าน"อรรถวิชช์" มองเป็นบรรทัดฐานใหม่ เชื่อประชาชนสับสน อนาคตอาจเปลี่ยนได้อีก 

7 เมษายน 2566  ที่ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษายกฟ้องในที่คดีที่ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. คดีที่นายพัฒนา สัพโส ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส.จ.สกลนคร  คดีที่นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ผู้มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ในจ.สุโขทัย และคดีที่นายพัฒ  ตั้งเบญจผล ผู้แทนพรรคประชาธิปัตย์จากจ.สุโขทัยยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีขอให้เพิกถอนประกาศ กกต.เรื่องแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ประกอบเป็นเขตเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร ,จ.สกลนคร และจ.สุโขทัย ลงวันที่ 16มี.ค.2566  ตามลำดับ 

 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี  รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม.

โดยให้เหตุผลว่า เมื่อพิจารณาค่าเฉลี่ยจำนวนราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้ง ต่อจำนวน ส.ส.1 คน เป็นตัวตั้ง ทั้งในเขตพื้นที่ของ กรุงเทพมหานคร  จ.สกลนคร  และ จ.สุโขทัย ตาม ประกาศกกต.เรื่องแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ประกอบเป็นเขตเลือกตั้งลงวันที่ 16 มี.ค.2566  จำนวนราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้ง ในแต่พื้นที่ของกรุงเทพมหานคร  จ.สกลนคร และจ.สุโขทัย  มีจำนวนไม่มาก หรือ มีจำนวนไม่น้อย กว่าร้อยละ 10 ของค่าเฉลี่ยจำนวนราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้ง 162,766 คน ต่อจำนวน ส.ส.1 คน  จนเกินไป 

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี  รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า  ว่าที่ผู้สมัครส.ส. กทม.

การที่ กกต.ออกประกาศกกต.เรื่องแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ประกอบเป็นเขตเลือกตั้งลงวันที่ 16 มี.ค.2566  ในส่วนของกรุงเทพมหานคร 33 เขตเลือกตั้ง  จ.สกลนคร 7เขตเลือกตั้ง  และ จ.สุโขทัย 4 เขตเลือกตั้ง จึงเป็นการประกาศที่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 86 (5) กำหนดว่า จังหวัดใดมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกิน1 คน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้งเท่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พึงมี โดยต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกตั้งแต่ละเขตให้ติดต่อกัน และต้องจัดให้มีจำนวนราษฎรในแต่ละเขตใกล้เคียงกันจึง พิพากษายกฟ้อง

ขณะที่ "นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี" รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวภายหลังฟังคำพิพากษา ว่าเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ การแบ่งเขตต้องแบ่งให้ใกล้เคียงกัน แต่ตัวเลขเปอร์เซ็น ว่าใกล้เคียงกันได้มากน้อยแค่ไหนครั้งนี้เป็นครั้งแรก ที่กกต. ใช้เกณฑ์ 10% ในการบอกว่าความใกล้เคียงแต่ละเขต ค่าเฉลี่ย ส.ส. 1 คนต่อราษฎร ห้ามต่างกันเกิน 10% ซึ่งตนก็สู้มาตลอดว่าทำแบบนี้เป็นการละลายเขตเลือกตั้ง และศาลได้พิพากษาให้เห็นชัดว่า เป็นอำนาจของกกต.ในการกำหนดเกณฑ์ 10% นี้ ซึ่งแปลว่า ในอนาคตข้างหน้าการลงพื้นที่ของส.ส. ทุกเขตมีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งต่อไปก็ขึ้นอยู่กับกกต.ว่าจะกำหนดเกณฑ์ขึ้นมาเท่าไหร่ 

กระบวนการถือว่าสิ้นสุดแล้ว แต่เป็นแนววินิจฉัยสำคัญว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งเป็นการใช้อำนาจเป็นการทั่วไปของกกต. สามารถมาพึ่งศาลปกครองสูงสุดได้ แต่แน่นอนว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งในอนาคตจะเกิดความไม่แน่นอนขึ้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับกกต. 

 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี  รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า  ว่าที่ผู้สมัครส.ส. กทม.

ทั้งนี้ ประชาชนอาจจะสับสน ที่เขตคละกันทั้ง 33 เขตของกทม.มีแค่ 4 เขตที่เหมือนเดิม เหตุผลที่ตนเสนอให้เทียบกับปี 54 และปี 57 แต่คำพิพากษาเปรียบเทียบกับปี 62 ซึ่งเป็นคนละระบบเลือกตั้ง ซึ่งเกณฑ์นี้กกต.ตั้งใจมาตั้งแต่ตั้น และเป็นครั้งแรกที่ใช้ ถ้ากกต.กำหนดให้น้อยกว่านี้ก็ทำได้จากในรายละเอียด ที่กกต.ชี้แจงแบบเลือกตั้งที่กกต.เลือกมีประชาชนเห็นด้วยเพียงคนเดียว

แต่ทั้งนี้"พรรคชาติพัฒนากล้า" พร้อมสู้ไม่มีปัญหา แต่ความผูกพัน ระหว่าง ส.ส.กับประชาชนในพื้นที่จะยากขึ้นซึ่ง ชาติพัฒนากล้าไม่ได้คิดว่าเป็นการได้เปรียบหรือเสียเปรียบ เพราะหลายพรรคเห็นด้วยในการมายื่นฟ้องเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว

ข่าวล่าสุด