เนชั่นทีวี

การเมือง

“กกต.” ตรวจสอบเอกสารปาร์ตี้ลิสต์ ฉลุย 53 พรรคการเมือง

04 เม.ย. 2566 | wattana_kha

“กกต.” ตรวจสอบเอกสารปาร์ตี้ลิสต์ ฉลุย 53 พรรคการเมือง

“กกต.” เผยตรวจสอบปาร์ตี้ลิสต์ผ่าน 53 นำเบอร์ไปใช้หาเสียงได้ แจ้งเหตุไม่ใส่โลโก้พรรคในบัตรแบบแบ่งเขต หวั่นประชาชนสับสนกกต. อาจถูกฟ้องร้องการเลือกตั้งเป็นโมฆะ พร้อมแจงแคนดิเดตนายกไม่ต้องตรวจคุณสมบัติ หากได้รับเลือกต้องแก้คุณสมบัติให้ครบถ้วนตามกฎหมาย

4 เมษายน 2566 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวถึงการรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อในวันแรกว่าช่วงเวลาก่อน 08.30 น. มีพรรคการเมืองที่มีเอกสารพร้อมจำนวน 49 พรรค เมื่อจับฉลากได้หมายเลขซึ่งเป็นหมายเลขลำดับในการยื่นเอกสารไม่ใช่หมายเลขที่ใช้หาเสียง

แต่สุดท้ายได้ตรวจเอกสารพรรคการเมืองทั้ง 49 พรรคแล้ว ก็มี เอกสารครบถ้วน จึงได้หมายเลขที่จะใช้ในการหาเสียง ตามลำดับการจับฉลากในการยื่นเอกสาร ซึ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แม้จะมีการติดขัดอยู่บ้าง ด้วยความคับแคบของสถานที่ และพรรคการเมืองมาพร้อมกัน จำนวน 49 พรรค

“กกต.” ตรวจสอบเอกสารปาร์ตี้ลิสต์ ฉลุย 53 พรรคการเมือง

อย่างไรก็ตาม ได้มีพรรคการเมืองมายื่น รายชื่อผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อเพิ่มเติม อีกจำนวน 4 พรรค รวมจำนวนเป็น 53 พรรคการเมือง

สำหรับพรรคการเมืองที่เอกสารไม่ครบสามารถมาส่งเอกสารได้ตลอดทั้งวันภายในวันนั้นหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ผู้สมัครจะต้องมีเอกสารที่ครบถ้วน แต่เท่าที่ทราบเอกสารที่นำมาเป็นเอกสารที่ก๊อปปี้ของพรรคการเมือง ทำให้ไม่ใช่ตัวจริง แต่ก็ไม่ใช่สาระสำคัญ

ส่วนที่มีการท้วงติงว่า ต้องมีการตรวจเอกสารคุณสมบัติก่อนที่จะจับฉลาก ลำดับยื่นเอกสารและเป็นหมายเลขในการใช้หาเสียงนั้น นายแสวง กล่าวว่า ทาง กกต. ยินดีที่จะดำเนินการ แต่เนื่องจากพรรคการเมืองไม่ได้มีการส่งเอกสารมาให้ตรวจสอบก่อน แต่ทั้งนี้ก็เห็นปัญหาเรื่องการจัดลำดับยื่นใบสมัครที่หลายคนอาจเข้าใจว่า เป็นหมายเลขพรรคการเมืองในการใช้หาเสียง

“กกต.” ตรวจสอบเอกสารปาร์ตี้ลิสต์ ฉลุย 53 พรรคการเมือง

ทั้งนี้ ถ้าทุกพรรคทำเอกสารมาครบนั้นหมายเลขในการจับ ลำดับยื่นเอกสารก็จะเป็นหมายเลขที่ใช้หาเสียงโดยการโดยอัตโนมัติ  แต่ถ้าพรรคที่อยู่ในลำดับก่อนหน้าเอกสารไม่ครบถ้วน พรรคที่อยู่ลำดับถัดไปก็ต้องเลื่อนขึ้นมา

สำหรับบัตรเลือกตั้งที่มีพรรคการเมืองทักท้วงว่าบัตรเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขตไม่มีโลโก้พรรคการเมืองนั้น นายแสวง กล่าวว่า เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้ บัตรเลือกตั้งทั้ง 2 แบบต้องแตกต่างกันอย่างชัดเจน หาก กกต. พิมพ์โลโก้ ในบัตรแบบแบ่งเขต แม้สีของบัตรจะแตกต่างกัน แต่ก็อาจจะเกิดการเข้าใจผิดและเกิดบัตรเสียได้

จนนำมาสู่การฟ้องร้องว่า กกต. ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งจะส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ นอกจากนี้ กกต.ยังอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนโดยที่หน้าคูหาจะมีเบอร์และชื่อผู้สมัครของแต่ละพรรคติดอยู่

“กกต.” ตรวจสอบเอกสารปาร์ตี้ลิสต์ ฉลุย 53 พรรคการเมือง

พร้อมกันนี้ นายแสวง ยังกล่าวถึงการตรวจสอบคุณสมบัติของ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อว่า หากพบว่า ผู้สมัครในบัญชีของพรรคการเมืองใดขาดคุณสมบัติ ก็จะตัดรายชื่อออกจากบัญชีผู้สมัคร แต่ผู้สมัครคนดังกล่าวสามารถไปยื่นร้องต่อศาลฎีกาให้พิจารณาได้ตามกฎหมาย แม้จะตัดรายชื่อบางคนออกก็ไม่ส่งผลกระทบต่อบัญชีรายชื่อทั้งหมด หากในกรณีได้รับเลือกตั้งพรรคก็สามารถเลื่อนลำดับถัดไปขึ้นมาแทนที่ได้ 

ส่วนการตรวจสอบคุณสมบัติแคนดิเดต นายกรัฐมนตรีตามระเบียบปฏิบัติที่ผ่านมาไม่ต้องมีการตรวจสอบ หากแต่ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วคุณสมบัติต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดคุณสมบัติของรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี  กับการเป็น ส.ส. เช่น คุณสมบัติของรัฐมนตรี หากเคยถูกพิพากษาให้จำคุกก็ไม่สามารถดำรงตำแหน่งได้ ขณะที่คุณสมบัติของ ส.ส. คือ กำหนดว่าผู้ที่ถูกจำคุกด้วยคำพิพากษาถึงที่สุดก็ไม่สามารถเป็นได้

ส่วนก่อนที่สภาจะทูลเกล้าบุคคลดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจะต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติบุคคลนั้น ว่ามีลักษณะต้องห้ามหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า พรรคจะต้องเสนอบุคคลที่มีคุณสมบัติ  ซึ่งหากหลังดำรงตำแหน่งแล้วไม่มีคุณสมบัติก็จะเป็นเหตุให้ร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย เช่น มีคำร้องหรือ กกต. ตรวจสอบพบก็สามารถส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยได้

หากแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีไม่มีคุณสมบัติจะถูกฟ้องกรณีรู้ตัวว่าไม่มีคุณสมบัติแต่ยังลงสมัครด้วยหรือไม่  นายแสวง ชี้แจงว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีไม่ได้สมัคร แต่เป็นรายชื่อที่ถูกเสนอจากพรรคการเมือง ซึ่งหากได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้วสามารถไปลาออกจากตำแหน่งที่ขัดต่อกฎหมายได้และกฎหมายเปิดให้ดำเนินการได้ เช่น การกระทำที่เป็นลักษณะต้องห้าม เช่น การถือหุ้น ต้องไปดำเนินการให้ถูกต้องแล้วค่อยนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯรับการแต่งตั้ง

ข่าวล่าสุด