"ชาติพัฒนากล้า"เคาะส่ง“สุวัจน์-กรณ์-เทวัญ”ชิงแคนดิเดตนายกฯ
04 เม.ย. 2566 | chairat_pat

"กก.บห.ชาติพัฒนากล้า" มีมติส่ง "สุวัจน์-กรณ์-เทวัญ" ลงแคนดิเดตนายกฯ เผยยื่นกกต. 5 เม.ย.นี้ ยันพรรคไร้เงื่อนไขร่วมรัฐบาล แต่ยึดหลักครรลองประชาธิปไตย
การเมือง
04 เม.ย. 2566 | chairat_pat

"กก.บห.ชาติพัฒนากล้า" มีมติส่ง "สุวัจน์-กรณ์-เทวัญ" ลงแคนดิเดตนายกฯ เผยยื่นกกต. 5 เม.ย.นี้ ยันพรรคไร้เงื่อนไขร่วมรัฐบาล แต่ยึดหลักครรลองประชาธิปไตย
4 เมษายน 2566 "นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ" อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานพรรคชาติพัฒนากล้า เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค มีมติที่เสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จำนวน 3 คน ตามรัฐธรรมนูญกำหนด ประกอบด้วย ตน เป็นอันดับ 1 ส่วนอันดับ 2 "นายกรณ์ จาติกวณิช" หัวหน้าพรรค และอันดับ 3 "นายเทวัญ ลิปตพัลลภ" เลขาธิการพรรค และผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 นครราชสีมา โดยในวันที่ 5 เม.ย. พรรคจะนำรายชื่อไปยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
นายสุวัจน์ กล่าวยืนยันว่า พรรคไม่มีเงื่อนไขว่าร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร เพราะพรรคไม่ได้มีศัตรูเข้ากันได้ทุกฝ่าย ไม่มีความขัดแย้ง และคิดว่า 4 ปีที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ (4เม.ย.) ปัญหาประเทศมีอยู่ด้วยกัน 2 เรื่อง
1.การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งประชาชนเดือดร้อนกันมาก
2.อุปสรรคแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา คือ การเมือง ที่ต้องการทำให้มีเสถียรภาพ สามารถพูดคุยกันได้ จึงไม่ได้มีเงื่อนไขอะไร เป็นมิตรกับทุกฝ่าย แต่ต้องมีหลักการประชาธิปไตย คำนึงเสียงของประชาชน
"14 พ.ค. ไม่ว่าผลตัดสินออกมาอย่างไร ผ่านผลการเลือกตั้ง เราจะอยู่บนพื้นฐานนั้น โดยรัฐบาลมีเสถียรภาพ และรัฐบาลที่มีเสียงข้างมาก พรรคชาติพัฒนากล้าก็จะตัดสินใจอยู่บนความถูกต้อง ตามครรลองประชาธิปไตย" นายสุวัจน์ ระบุ
ทั้งนี้ สำหรับประเพณีทางการเมือง พรรคมาที่ 1 ออกสตาร์ทก่อน หากไม่สามารถรวบรวมเสียงเพียงพอจัดตั้งรัฐบาลได้ตามรัฐธรรมนูญ ก็ต้องเป็นคนอื่น 1,2,3 อย่างน้อยต้องเกินกึ่งหนึ่งเสียงในสภา 500 คน เสียงข้างมากในสภาล่างสำคัญ หากมีเสียงข้างน้อยในสภาล่าง ทำงานลำบาก ดูได้จาก 4 ปีที่ผ่านมา ผลักดันกฎหมายไม่ได้ รัฐบาลขาดความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นจากนักลงทุน
ส่วนการจัดลำดับปาร์ตี้ลิสต์นั้น ซึ่งชาติพัฒนากล้าไม่ได้ถือเป็นพรรคใหญ่มาก ลำดับที่นั่งตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญจะได้ไม่เยอะ โดยเฉพาะบัตร 2 ใบ ขณะเดียวกัน ก็ต้องสร้างคนรุ่นใหม่ สร้างอนาคตประเทศที่จะมาช่วยบริหารพรรค ใครเป็น ส.ส. ในสภา ใครบริหารพรรค ใครบริหารบ้านเมือง หรือแคนดิเดต พรรคก็พยายามที่จะดูจากประสบการณ์ ดังนั้น ปาร์ตี้ลิสต์ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่ม มีอาวุโสคนเดียว หากพวกตนลง คนอื่นๆ ก็จะไม่มีโอกาส
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 5-6 เม.ย. พรรคจะประเดิมลงพื้นที่ภูเก็ต เพื่อพบผู้ประกอบการ นักธุรกิจ พร้อมกับรับฟังปัญหา ซึ่งพรรคมั่นใจว่าจะมีโอกาสสูงในการรับใช้คนภูเก็ต เพราะเป็นเมืองเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่สำคัญ อีกทั้ง มั่นใจโดยเฉพาะนโยบายของพรรค ที่จะไปสร้างงาน สร้างอะไรดีๆให้กับประชาชนในพื้นที่