ขณะที่คะแนนนิยมของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ที่ตกลงมาเป็นอันดับ 2 นายเศรษฐา ชี้แจงว่า ไม่เกี่ยวกับที่พรรคเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีช้า มองว่าโพลก็คือโพล เราก็เดินหน้าต่อ ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ จะมาพะวงกับผลโพลไม่ได้ และการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคยังคงเป็นวันที่ 5 เมษายน ตามเดิม
ส่วนกรณีมีการเปิดบัญชี ส.ส. 100 คน ไม่มีชื่อของนายเศรษฐาและน.ส.แพทองธารนั้น นายเศรษฐา กล่าวว่า ฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติควรแยกกัน การที่ชื่อของตนไม่อยู่ในบัญชี ก็ไม่เกินความคาดหมาย เพราะตนพูดมาตลอดว่าต้องแยกกัน แม้หลายคนจะอยากให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอยู่ในบัญชีรายชื่อ แต่รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดไว้
ในพรรคมีคนเสนอตัวลงบัญชีรายชื่อมาก จึงต้องแบ่งพื้นที่ให้และถือเป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรคในการจัดสรรคน สิ่งสำคัญคือ การบริหารราชการแผ่นดิน ส่วนฝ่ายนิติบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของส.ส. และฝ่ายบริหารเมื่อทำหน้าที่แล้ว ก็ควรที่จะไปตอบกระทู้ในสภาฯ เพราะเป็นคำถามที่มาจากประชาชน
ส่วนกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า การเเลนส์สไลด์หากลงไม่ดีจะออกนอกเลน และเจ็บตัวอีกนายเศรษฐา ไม่ขอแสดงความเห็น เพราะไม่เข้าใจว่าสไลด์ออกนอกเลนคืออะไร และไม่อยากถูกลากเข้าไปในเรื่องของการตอบโต้ “ท่าน เป็นนายกฯ เป็นผู้ใหญ่ อยากพูดอะไรก็เรื่องของท่าน เราก็รับฟัง” เหนือสิ่งอื่นใดคือ การเดินหน้าปราศรัยและพบประชาชนเพื่อตอบข้อซักถาม