"เราจะลงทุนพัฒนาในย่านเศรษฐกิจ และมีการจัดทุนตั้งต้นให้กับธุรกิจสตาร์ทอัพ รวมไปถึงการพัฒนาการค้าขายในรูปแบบแฟรนไชส์ พรรคพลังประชารัฐ ยังมีนโยบายดูแลค่าใช้จ่าย เช่น จะช่วยค่าใช้จ่ายตั้งแต่ตั้งครรภ์ถึง 6 ขวบ โดยกลุ่มคนนี้จะมีประมาณ 266,000 คน และยกเว้นภาษีบุคคลธรรมดาผู้มีรายได้ไม่เกิน 500,000 บาทต่อปีทุกอาชีพ รวมถึงบ้านหลังแรกสามารถนำค่าผ่อนบ้านมาลดภาษีได้ 200,000 บาท" นายอุตตม กล่าว
ทั้งนี้ ในส่วนของบัตรประชารัฐ 700 บาทต่อเดือน พรรคจะมีเพิ่มการใช้บัตรให้ครอบคลุม เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าเดินทางสาธารณะ วินมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ และอื่นๆ เพื่อให้ความสะดวกสบายกับประชาชนมากขึ้น และจะมีการประกันชีวิตในวงเงิน 200,000 บาทต่อรายฟรี
อย่างไรก็ตาม ไทยอยู่ในจุดพลิกผัน ต้องช่วยปรับเปลี่ยนประเทศ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้พี่น้อง และเร่งวางรากฐานการพัฒนาสู่อนาคตที่ยั่งยืนให้ลูกหลาน พรรคเชื่อว่า กทม. ต้องเป็นหัวขบวนนำการเปลี่ยนแปลง พลิกฟื้นโฉมประเทศไทย โดยให้กรุงเทพเป็นหัวขบวน เพราะเป็นจุดศูนย์กลางของกิจกรรมทั้งหลาย โดยเฉพาะในเชิงเศรษฐกิจ วัฒนธรรมและอื่นๆ มีการคมนาคมที่หลากหลาย าเป็นเมืองที่เรียกว่ามหานคร มีประชากรรวมๆ 10 กว่าล้านคน เทียบกับทั่วโลก กทม.ไม่น้อยหน้า แต่ยังไม่ได้ใช้ของที่มีเต็มศักยภาพ
สำหรับเรื่องแรก คือ กรุงเทพ+5 (นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และ ฉะเชิงเทรา) สู่มหานครแห่งเอเชีย คือ การพัฒนาอย่างยึดโยง มีศูนย์กลางที่กรุงเทพ แล้วบวกกับปริมณฑล นำศักยภาพแต่ละแห่ง มาเสริมกันให้เต็ม เริ่มจากรุงเทพที่มีของดีล้นเหลือ จะพัฒนาพื้นที่แต่ละย่าน โดยยึดถืออัตลักษณ์ของแต่ละย่าน ส่งเสริมให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย และ ระดับเอเชีย เป็นมหานครที่คนต่างประเทศอยากเข้ามาค้าขายลงทุน
จากนั้นยึดโยงกับปริมณฑลรอบๆ เช่น นครปฐม มีจุดเด่นที่มหิดล ศาลายา ซึ่งมีความก้าวหน้าระดับโลก โดยทำให้พื้นที่ย่านนั้นเป็นเมืองแห่งนวัตกรรมด้านของเทคโนโลยีอาหาร ชีวภาพ โรบอติก ที่มหิดลถนัด
ขณะที่ สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา เป็นพื้นที่ค้าขายลงทุน ก็ต่อยอดอุตสาหกรรมใหม่ รถไฟฟ้า อีคอมเมิร์สเกิดได้เลย ส่วน ปทุมธานี นนทบุรี อากาศดี ทำเป็นเมืองที่อยู่อาศัยชั้นนำ เป็นเพียงตัวอย่างพรรคสามารถคิดพัฒนาเชื่อมโยง กระจายความแออัดจากรกรุงเทพออกไป สุดท้ายเติมความสุขให้คนเมือง ทำแล้วต้องมีความสุข จะทำยังไง พูดแล้วเหมือนฝัน ยืนยันว่าพลังประชารัฐทำได้จริง