เนชั่นทีวี

การเมือง

"แรมโบ้" จับอาการเพื่อไทย เย้ย "ชลน่าน" ไร้น้ำยา ปั่นกระแสกวาด ส.ส.

13 มี.ค. 2566 | sirisak_rue

"แรมโบ้" จับอาการเพื่อไทย เย้ย "ชลน่าน" ไร้น้ำยา ปั่นกระแสกวาด ส.ส.

"แรมโบ้" จับอาการพรรคเพื่อไทย ลุกลี้ลุกลน ขาดความมั่นใจ ใช้วิธีชี้นำ ปั่นกระแสกวาด ส.ส.มากขึ้นทุกวัน แขวะพอถึงวันเลือกตั้ง คงทะลุ 500 ที่นั่ง ยกบทเรียน "อภิสิทธิ์" เตือน "ชลน่าน" ระวังเจอดาบสองคม อย่าท้าทายอำนาจประชาชน

13 มีนาคม 2566 นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการกำหนดแนวนโยบายฯพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ตั้งเป้าหมายต้องชนะแบบแลนด์สไลด์ กวาด ส.ส. 310 ที่นั่ง เพื่อจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวว่า จับอาการแกนนำพรรคเพื่อไทยวันนี้ เหมือนลุกลี้ลุกลน ขาดความมั่นใจ จึงใช้กุศโลบายใช้วิธีชี้นำปั่นกระแสให้ดูสูงเข้าไว้

โดยวันก่อนอ้างโพลล์ลับ พรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส. 270 ที่นั่ง ถัดมาไม่กี่วันบอกจะเอา 310 ที่นั่ง ซึ่งถ้าถึงวันเลือกตั้งคงทะลุ 500 ที่นั่งกระมัง ไม่เหลือให้พรรคการเมืองอื่นเลยสักที่นั่งเดียว

"แรมโบ้" จับอาการเพื่อไทย เย้ย "ชลน่าน" ไร้น้ำยา ปั่นกระแสกวาด ส.ส.

โดยการเที่ยวอวดโอ้ชี้นำ และปั่นกระแสที่พรรคเพื่อไทยกำลังทำอยู่นั้น ระวังกลายเป็นดาบสองคม โดยเฉพาะต่อตัวหมอชลน่านฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพราะเป้าหมายกับความรับผิดชอบทางการเมืองต้องควบคู่ไปด้วยกัน หากได้ไม่ถึง 310 ที่นั่ง จะรับผิดชอบทางการเมืองอย่างไร นพ.ชลน่าน คงจำกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หลังรู้ผลการเลือกตั้งปี 2562 ที่ผ่านมา

นายเสกสกล ย้ำว่า ตนเองยังเชื่อว่า เป้าหมาย 310 ที่นั่งของพรรคเพื่อไทยนั้น คงเป็นจริงได้แค่ในความฝัน แต่พอสะดุ้งตื่นขึ้นมาเจอความจริง ระวังจะกระอักเลือดกันทั้งพรรคและเจ้าของพรรค เพราะสภาพพรรคเพื่อไทยวันนี้ แทบจะหาจุดขายไม่เจอ ทั้งนโยบายพรรคที่จับต้องไม่ได้ เอาของเก่าเมื่อ 20 ปี มาขายในบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

"แรมโบ้" จับอาการเพื่อไทย เย้ย "ชลน่าน" ไร้น้ำยา ปั่นกระแสกวาด ส.ส.

ทั้งตัวบุคคลที่จะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย คนหนึ่งดีก็แค่เป็นลูกสาวเจ้าของพรรค ไม่รู้ตรงไหนที่จะมีความรู้ความสามารถ ที่จะเข้ามาเป็นผู้นำประเทศชาติบ้านเมือง และอีกคนเก่งก็แค่ขายบ้าน ค้ากำไรจากประชาชน แต่นี่ประเทศไทยไม่ได้มีไว้ให้ขาย ต้องพึงระวังบทเรียนในอดีต ย้ำอีกรอบ ดูบทเรียนเจ้าของคอกที่หลบหนีคดีไปอยู่ดูไบ

นายเสกสกล กล่าวอีกว่า การที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแกนนำพรรค ประกาศไม่มีพรรคพี่พรรคน้อง จะกวาด ส.ส. 310 ที่นั่ง นั้นมองเป็นอื่นไปไม่ได้ว่า สื่อถึงพรรคก้าวไกล ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพรรคไทยสร้างไทย ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ และพรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ

เหล่านี้ซึ่งเป็นพรรคการเมืองปีกเดียวกัน สะท้อนถึงความเห็นแก่ตัวอย่างไร เอาแต่ได้ละโมบโลภมากของพรรคเพื่อไทยอย่างชัดเจน เพราะหากย้อนดูผลการเลือกตั้งที่ผ่าน ๆ มา สมการคะแนนการเลือกตั้ง 2 ขั้วการเมืองนั้น ทิ้งห่างกันไม่มาก และมีน้อยมากที่ประชาชนจะสวิงไปเลือกอีกขั้ว

"แรมโบ้" จับอาการเพื่อไทย เย้ย "ชลน่าน" ไร้น้ำยา ปั่นกระแสกวาด ส.ส.

ดังนั้น พรรคก้าวไกล พรรคไทยสร้างไทย ซึ่งมีฐานเสียงเดียวกับพรรคเพื่อไทย พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติเหล่านี้ อาจจะไม่ได้ ส.ส.สักที่นั่งในสภาฯ เลยแม้แต่คนเดียว เพราะ นพ.ชลน่าน โม้โอ้อวดเอาไปหมดแล้ว ไม่แบ่งพรรคพวกฝ่ายเดียวกันสักที่นั่งเดียว จนเป็นที่น่าขำยิ่งของบรรดาเซียนการเมือง เขาอยากหัวเราะขำกันให้ฟันร่วง

"แรมโบ้" จับอาการเพื่อไทย เย้ย "ชลน่าน" ไร้น้ำยา ปั่นกระแสกวาด ส.ส.

"ช่วยกล้าท้าเดิมพันหน่อยว่า ถ้าไม่ถึงจะรับผิดชอบเช่นไร ลาออกจากหัวหน้าพรรคและทุกตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ ต้องมีหลักการเหมือนนายอภิสิทธิ์ ที่กล้าแสดงสปิริตรับผิดชอบ แต่อย่าพูดแบบหัวหน้าคอก นายทักษิณ ชินวัตร “100 บาทเอาขี้หมากองเดียว พูดแบบนี้ไม่เอา พูดแล้วไม่รักษาคำพูด ขาดความน่าเชื่อถือ พูดอย่างนี้ก็ไร้น้ำยาไปเปล่า ๆ ไม่มีใครให้ราคาอีกต่อไป” นายเสกสกล กล่าว 

ข่าวล่าสุด