ต่อมาเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2565 ตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยตัวแทนพรรคฝ่ายค้าน ร่วมกันยื่นหนังสือถึง นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาฯ เพื่อขอส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปี ของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ศาลรัฐธรรมนูญรับคำวินิจฉัย 24 สิงหาคม 2565 ทำให้ พลเอกประยุทธ์ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ให้พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ทำหน้าที่เป็นนายกฯรักษาการณ์แทน ส่วนพลเอกประยุทธ์ ไปทำงานในตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ในวันที่ 30 ก.ย. 2565 ศาลตัดสินนายก 8 ปี ชี้ชะตา "พล.อ.ประยุทธ์" ยังไม่ครบ ตามมาตรา 264 นับตั้งแต่ 6 เม.ย. 2560 อันเป็นวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 โดยการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะครบ 8 ปี ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ในวันที่ 6 เม.ย. 2568
ต่อมาในเดือนมกราคม พ.ศ. 2566 "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ของ รทสช. และเป็น ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 ถือเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของ รทสช.
สำหรับ"พล.อ.ประยุทธ์" แจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน กรณีเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2557 มีทรัพย์สินรวมคู่สมรสทั้งสิ้น 128,664,535 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 654,745 บาท
เป็นของ พล.อ.ประยุทธ์ 102,317,152 บาท ( เงินฝาก 6 บัญชี 58,967,022 บาท, เงินลงทุน 9 แห่ง 23,072,380 บาท, ที่ดิน 2 แปลง 2,284,750 บาท, โรงเรือนฯ 2 ล้านบาท, ยานพาหนะ 4 คัน 11.8 ล้านบาท, ทรัพย์สินอื่นฯ 4 รายการ 4,193,000 บาท )
ส่วน"นางนราพร จันทร์โอชา" คู่สมรส มีทรัพย์สิน 26,347,382 บาท ( เงินฝาก 6 บัญชี 7,977,382 บาท, ที่ดิน 3 แปลง (1 แปลงร่วมกรรมสิทธิ์กับผู้อื่น) 5,350,000 บาท, โรงเรือนฯ 2 ล้านบาท, ยานพาหนะ 1 คัน 3.5 ล้านบาท, ทรัพย์สินอื่นฯ 1 รายการ 7,520,000 บาท)
"พล.อ.ประยุทธ์" แจ้งต่อสำนักงาน ป.ป.ช. เมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี (สมัยแรก) เมื่อปี 2557 ว่า พ.อ.ประพัฒน์ จันทร์โอชา (บิดา) อายุ 89 ปี มอบเงินจำนวน 540 ล้านบาทในการขายที่ดิน (จากยอดการขาย 600 ล้านบาท) ให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ เนื่องจากเป็นบุตรชาย มีสิทธิอย่างสมบูรณ์ในการดูแลเงินจำนวนนี้ ให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องของผู้รับ
โดย "พล.อ.ประยุทธ์" ได้แบ่งเงินก้อนนี้ให้กับบุตรสาว 2 ราย พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชาย อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม รวมถึงพี่น้องรายอื่น ๆ (นายประคัลภ์ จันทร์โอชา และพล.อ.ต.ประกายเพชร จันทร์โอชา)
ทั้งนี้ มีข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อปี 2564 พบว่า น.ส.ธัญญา จันทร์โอชา และ น.ส.นิฏฐา จันทร์โอชา หรือพลอย-เพลิน บุตรสาว พล.อ.ประยุทธ์ ร่วมกันทำธุรกิจอย่างน้อย 1 แห่ง ได้แก่ บริษัท พอว์พอว์ อีโคเพ็ท จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2561 ทุนปัจจุบัน 1 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่ 3 / 66 หมู่บ้าน เศรษฐสิริ ประชาชื่น ถนนประชาชื่น ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี วัตถุประสงค์ที่ส่งงบการเงินปีล่าสุด การขายทิชชู่เปียกสำหรับสัตว์เลี้ยง
ปรากฏชื่อ นางสาววัฒนา เกษภู นางสาวธัญญา จันทร์โอชา นางสาวนิฏฐา จันทร์โอชา เป็นกรรมการ แจ้งรายชื่อผู้ถือหุ้นเมื่อ 30 เม.ย. 2562 น.ส.ธัญญา จันทร์โอชา ถือหุ้นใหญ่สุด 40 % น.ส.นิฏฐา จันทร์โอชา ถือ 35 % และ น.ส.วัฒนา เกษภู ถือ 25 % นำส่งงบการเงินเมื่อปี 2563
โดยมีสินทรัพย์รวม 706,925 บาท หนี้สินรวม 217,961 บาท ขาดทุนสะสม 11,036 บาท รายได้รวม 1,363,999 บาท รายจ่ายรวม 1,249,006 บาท กำไรสุทธิ 114,993 บาท
อย่างไรก็ตามในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครั้งที่สองของพล.อ. ประยุทธ์ ในวันที่ 9 มิ.ย. 2562 นั้น พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน เนื่องจาก พ.ร.ป.ป.ป.ช. 2561 มาตรา 105 วรรคสี่ บัญญัติไว้
โดยข้อเท็จจริง พล.อ.ประยุทธ์ ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินแล้ว แต่สำนักงาน ป.ป.ช. ไม่เปิดเผย แม้จะมีการร้องขอจากสาธารณะ โดยให้เหตุผลว่า ป.ป.ช. ไม่มีอำนาจเปิดเผย หมายความว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีมาก่อนแล้ว และดำรงตำแหน่งต่อ ทำให้ได้ประโยชน์ตามมาตรา 105 วรรคสี่ ของ พ.ร.ป.ป.ป.ช. 2561 ซึ่งมิได้มีฐานะเดียวกันกับพระราชบัญญัติทั่วไปแต่เป็นพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ คือ กำหนดรายละเอียดโดยตรงตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ