สุทิน ยัน ไม่ยกเลิก “บัตรคนจน”
“นายสุทิน คลังแสง” ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุถึงนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีคนไปปล่อยข่าวว่า “พรรคเพื่อไทย” จะยกเลิกบัตรคนจน ทำให้พี่น้องตกใจเดือดร้อน พร้อมประกาศชัดเจนว่า จะไม่ยกเลิกบัตรคนจน แต่เราจะปรับปรุงให้ดีมากขึ้น เพื่อให้พี่น้องมีกินในวันนี้ เหลือเก็บไว้ใช้หนี้ในวันข้างหน้า เราจะทำให้ดีกว่าที่ “พลเอกประยุทธ์” เคยทำ
“นโยบายเพื่อไทย จะเปิดตอนยุบสภา ทำไมไม่บอกตอนนี้ ถ้าบอกเดี๋ยวจะมีคนลอก ถ้าลอกแล้วทำเป็นก็ไม่ว่า แต่ลอกแล้วทำไม่เป็นจะเสียของ ฉะนั้น เราจะไม่ยกเลิกบัตรคนจน แต่เราจะคิดทำให้ดีขึ้นมากขึ้น เราจะหาอาชีพให้พี่น้อง หาสวัสดิการดูแลสุขภาพให้พี่น้อง ขอพี่น้องชาวสุรินทร์ กาเพื่อไทยทั้ง 2 ใบ เลือกทั้งคนทั้งพรรค ให้สุรินทร์แลนด์สไลด์ไปพร้อมกับพี่น้องทั้งประเทศ” รองหัวหน้าพรรค กล่าว
อุ๊งอิ๊งค์ ชูนโยบายเทคโนโลยีช่วยภาคการเกษตร
“นางสาวแพทองธาร ชินวัตร” หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยและประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย กล่าวปราศรัยโดยพาพี่น้องชาวสุรินทร์ย้อนอดีตไปสมัยการประชุม APEC เมื่อ พ.ศ. 2546 ที่รัฐบาล “ไทยรักไทย” ภายใต้การนำของ “ดร.ทักษิณ ชินวัตร” มีการนำผ้าไหมของชาวสุรินทร์ไปมอบให้แก่ผู้นำในการประชุมครั้งนั้นได้ใส่โชว์ทั่วโลก เป็นความภาคภูมิใจของพี่น้องชาวสุรินทร์
และในวันนี้ “พรรคเพื่อไทย” มีนโยบายมากมายที่เตรียมพร้อมให้ที่จะคืนศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจให้พี่น้องชาวสุรินทร์อีกครั้ง เริ่มจากนโยบายเพื่อการเกษตร เสนอการพักชำระหนี้ 3 ปีให้แก่เกษตรกร และนำเทคโนโลยีมาช่วยในการเพาะปลูกคำนวนดินและน้ำที่เหมาะสมสำหรับการทำเกษตร, รัฐบาลจะเข้ามาช่วยเกษตรกรคัดเมล็ดพันธุ์ที่ดีสำหรับการเพาะปลูก, และราคาสินค้าเกษตรจะต้องขึ้นยกแผง ลดความยากลำบากให้พี่น้องประชาชน
ด้านปัญหาที่ดินทำกิน “แพรทองธาร” กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมี 4 ขั้นตอนที่ให้โอกาสพี่น้องประชาชนได้หากินอย่างเท่าเทียม คือ
1. นำเทคโนโลยีมาใช้ในการพิสูจน์สิทธิ์อย่างเป็นธรรม
2. จัดสรรที่ดินสำหรับผู้ที่ไม่มีที่ดินทำมาหากิน
3. แก้กฎหมายที่ขัดต่อความเป็นธรรม เป็นอุปสรรคในการทำมาหากินของประชาชน
4. ที่ดินของรัฐที่ไม่ได้ใช้จะถูกจัดสรรให้พี่น้องประชาชนได้มีที่ดินทำกินถ้วนหน้า
“ณัฐวุฒิ” ย้ำ “พรรคเพื่อไทย” คือโอกาสเดียว ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
สุดท้าย “นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า มีคนบอกว่าพื้นที่อีสานใต้ “เพื่อไทย” อาจเสร็จบางพรรคที่มีครูใหญ่ มีคนที่บอกว่า พูดแล้วทำ ต้องดูด้วยว่าทำอะไร ตอนที่โควิดระบาด มีวัคซีนให้คนไทยได้ฉีดกันทั่วถึงรวดเร็วหรือไม่ บอกว่ารักลูกหลานคนไทย แต่กลับเอากัญชามาใส่มือ แบบนี้เรียกว่ารักอย่างไร ถ้า “เพื่อไทย” เป็นรัฐบาล จะปราบปรามยาบ้า และตัดกัญชาออกจากมือลูกหลานทันที การหิ้วกัญชาไปโรงเรียนจะไม่มีทางเกิดขึ้นในรัฐบาล “เพื่อไทย”
“นายณัฐวุฒิ” กล่าวว่าต่อไปว่า “พรรคเพื่อไทย” คือโอกาสเดียวที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้ ที่จะทำให้อำนาจรัฐหลุดจากมือ “พลเอกประยุทธ์” และพวกได้ ถ้าเพื่อไทยได้เกินครึ่ง จะจัดตั้งรัฐบาลประชาธิปไตย คนเพื่อไทยจะเป็นนายกรัฐมนตรีแน่นอน ส่วนใครที่มาบอกว่า พรรคเพื่อไทยจะยกเก้าอี้นายกรัฐมนตรีให้คนอื่น อย่าไปเชื่อ เราประกาศความมุ่งหมายไว้แล้วว่า จะต่อเติมความหวังให้ประชาชนที่เจ็บปวดมาตลอด 8 ปี
“นายณัฐวุฒิ” กล่าวถึง “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” ที่รักษาอาการมือบวมในขณะนี้ ว่า ไม่รู้เป็นเพราะเห็น “นางสาวแพทองธาร ชินวัตร” อุ้มท้อง 7 เดือนหาเสียง แล้วได้รับคะแนนความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เลยต้องเรียกคะแนนความสงสารบ้างหรือไม่
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ต้องดูที่คะแนนนิยม ให้ดูที่ขนาดหัวใจ ใจสู้ที่อยากมาพบพี่น้องประชาชน ขณะที่ “พลเอกประยุทธ์” เพิ่งมาประกาศตัวเป็นลูกอีสาน รักคนอีสาน ถ้าเป็นลูกอีสานจริง ขอถามว่า มอเตอร์เวย์สร้างตั้งนานทำไมไม่เสร็จสักที และทำไมไม่ทำมอเตอร์เวย์เปิดประตูอีสานที่จังหวัดนครราชสีมาให้คนอีสาน นี่คือคนที่ไม่ได้สนใจความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน
มาปราศรัยที่โคราชก็นั่งเครื่องบินเจ็ทมา ใช้ไม่ได้ ดังนั้น ภาพประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นที่นี่ในวันนี้ ขอให้คนสุรินทร์บอกกล่าวกระจายกันออกไปให้ทราบว่า สุรินทร์ทั้ง 8 เขตและบัญชีรายชื่อ กาให้ “เพื่อไทย” ยกจังหวัด
“เพื่อไทยเราหาเสียงด้วยนโยบายมาตั้งแต่ไทยรักไทย นำนโยบายไปทำแล้วมีผลงานก็เอาผลงานนั้นมาหาเสียงรอบใหม่ ไม่เคยเล่นเกมการเมืองเอารถถังไปกดหัว ยึดอำนาจจากประชาชน บางคนเป็นห่วงกลัวว่าจะซ้ำรอยเดิม ไม่ต้องห่วง เที่ยวนี้เรามีบทเรียนแล้ว
“นายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ก็จะอยู่ในอ้อมกอดประชาชน เราจะมีชะตากรรมร่วมกัน นี่คือชะตากรรมที่คนไทยต้องลุกขึ้นมาปลดแอกจากเผด็จการ ทำง่าย ไม่ยุ่งยาก ไม่เสี่ยงอันตราย แค่เข้าคูหากาเพื่อไทย” นายณัฐวุฒิกล่าว
“สำหรับคนเสื้อแดงที่เคยร่วมในเหตุการณ์ 19 พฤษภาคม 2553 เจ็บป่วย ไม่ได้ไปไหนมานาน แต่เมื่อวานได้มาพบกัน โดยบอกว่าอยากมาเห็นมาดูหน้าเป็นครั้งสุดท้าย อยากฝากไปถึงพี่น้องท่านนั้นและพี่น้องที่เคยร่วมเป็นร่วมตายร่วมต่อสู้มาด้วยกันว่า เรายังมีกันและกันเสมอในนามการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย
"ไม่ว่าวันนี้ใส่เสื้ออะไร เสื้อในวันนั้นยังเหมือนเดิม เชื่อว่าการเจอกันยังไม่ใช่ครั้งสุดท้าย แผ่นดินนี้ยังมีประวัติศาสตร์การต่อสู้ของคนเสื้อแดง และจะเคียงข้างต่อสู้ไปกับพรรคเพื่อไทย จนแลนด์สไลด์เอาชนะเผด็จการให้จงได้” ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย กล่าว