จากนั้น 20 ผ่านไป สถานการณ์กลับมาอีกครั้งประเทศมีหนี้ท่วมหัว และเหมือนกันอีกคือปีนี้เทวดาฟ้าดินส่งลูกสาว "แพทองธาร ชินวัตร" มาแก้ปัญหาให้ประชาชนแบบ "คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน" ลดหนี้ล้างหนี้โดยการลดรายจ่ายลดค่าครองชีพดันรายได้ให้สูงขึ้น
บอกนโยบายสวัสดิการของพรรคอื่น เช่น เบี้ยเลี้ยงผู้สูงอายุเดือนละ 3,000 บาท ขี้ปะติ๋ว ยันนโยบาย “เพื่อไทย” เหนือว่า ขออุบไว้ก่อน ประกาศอีกครั้งหลังยุบสภา เหตุเดี๋ยวมีคนลอก เชื่อเพื่อไทยเปิดมาทุกชีวิตมีความหวังทันที และมั่นใจแพทองธารจะสามารถฟื้นเศรษฐกิจของเชียงใหม่ได้ และหาก “เพื่อไทย” เป็นรัฐบาล GDP จะโตขึ้น
ทั้งนี้ยังถามว่ายังอยากอยู่กับรัฐบาลเก่าหรือไม่ “พรรคเพื่อไทย” ไล่จนผอมแล้วยังไม่ไป ชี้หากจะเปลี่ยนรัฐบาลต้องเลือก “เพื่อไทย” ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบประยุทธ์แน่ ขอกา “เพื่อไทย” ทั้ง 2 ใบ ประยุทธ์เสร็จเรา หากกาใบเดียวเราเสร็จประยุทธ์
“ชลน่าน” อ้อนชาวเชียงใหม่ขอเทคะแนนยกจังหวัดเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร 11 เขต
ส่วน “นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวช่วงหนึ่งบนเวทีปราศรัยใหญ่ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยเริ่มทักทายมวลชนเป็นภาษาเหนือ ว่า “พรรคเพื่อไทย” คิดใหญ่ทำเป็น เพื่อชาวลำพูนและเชียงใหม่ และคนไทยทุกคน
ตนเป็น ส.ส. ชาวจังหวัดน่าน และเป็นลูกหลานคนเมือง เหมือนกับชาวเชียงใหม่ วันนี้ในนามหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ต้องกราบขอบคุณพี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกคน วันนี้รู้สึกปิติยินดี ที่พี่น้องชาวลำพูนและเชียงใหม่ 2 จังหวัดรวมกันอยู่ที่นี่ เพราะเรามาช่วย กันคิดใหญ่ทำเป็น เพื่อพวกเราทุกคน
“นายแพทย์ชลน่าน” กล่าวว่า “พรรคเพื่อไทย” เป็นพรรคการเมืองที่ประกาศว่าจะคิดใหญ่ทำเป็น แต่การที่จะคิดใหญ่ทำเป็นได้ เรื่องเเรกที่สุด ที่จำเป็นมากว่า คือพรรคมีความมั่นใจว่า เรามีนายกฯ คนที่ประชาชนชื่นชอบมากที่สุด ที่เชื่อว่าจะนำพาขับเคลื่อนเอาสิ่งที่ต้องการ "ทำเป็น" ให้มาสู่ประชาชนได้
เรื่องที่ 2 คือ “พรรคเพื่อไทย” เป็นพรรคที่มีความรู้ความสามารถ ผสมผสานกันระหว่างคนรุ่นเก่า ที่มีประสบการณ์ คนรุ่นกลาง และคนรุ่นใหม่ไฟแรง ที่พร้อมจะผจญทุกปัญหา นำมาเพื่อความสำเร็จ และในการเลือกตั้งครั้งนี้ จะเกิดขึ้นแน่ๆ ในวันที่ 7 พฤษภาคมนี้ ซึ่งจะเป็นวันตัดสินที่เรารออยู่ เราสามารถกาได้ 2 ใบ คือ ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และสุดท้าย เรื่องนโยบายก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เรื่องที่ 3 ที่สำคัญ ถ้าเราจะคิดใหญ่ทำเป็นให้สำเร็จได้
จากนั้น หัวหน้าพรรคเพื่อไทยแนะนำตัวผู้สมัคร จ.เชียงใหม่ 11 เขต ได้แก่
เขต 1 นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม
เขต 2 นายณัฏฐ์พัฒน์ รัฐผไท
เขต 3 นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์
เขต 4 นายวิทยา ทรงคำ
เขต 5 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์
เขต 6 นายบัณจงศักดิ์ วงศ์รัตนวรรณ
เขต 7 นายแพทย์ไกร ดาบธรรม
เขต 8 นายนิธิกร วุฒินันชัย
เขต 9 นายสุรพล เกียรติไชยากร
เขต 10 นางสาวศรีโสภา โกฎคำลือ
เขต 11 นายโกวิทย์ พิริยะอนันต์
นอกจากนี้ยังได้แนะนำตัวผู้สมัคร จ.ลำพูน อีก 2 เขต คือเขต 1 “นายสงวน พงษ์มณี” และ เขต 2 “นายรังสรรค์ มณีรัตน์”
“ณัฐวุฒิ” ปราศรัยปิดเวที “เลือกเพื่อไทยได้วัวล้านตัว เลือกประยุทธ์ได้ควายตัวเดียว”
“นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ขึ้นเวทีเป็นคนสุดท้าย โดยกล่าวถึงเวทีปราศรัยใหญ่ของ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวานนี้ว่า ทีแรกมีการประชาสัมพันธ์บอกว่า จะมีคนเข้าฟัง “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” ปราศรัยไม่ต่ำกว่าแสนคน แต่สุดท้ายคนที่ปักหลักไม่ไปไหนคือเก้าอี้
อีกทั้งพลเอกประยุทธ์ ขึ้นเวทีประกาศตัวว่าตนเป็นคนโคราช และเกิดในค่ายทหาร ได้ยินไม่ต่ำกว่า 3 รอบ “เกิดอ่ะเข้าใจ แต่เกษียณมาเกือบ 10 ปีแล้ว ยังอยู่ในค่ายทหารอันนี้ตนไม่เข้าใจ”
ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ยังได้พูดถึงนโยบายค่าแรง 600 บาท ต่อมา “พลเอกประวิตร” ประกาศให้ 700 บาท มาถึงเมื่อวานนี้ “พลเอกประยุทธ์” ประกาศเกทับให้ 1,000 บาท ตนคิดว่าอีกไม่กี่วันพรรคประชาธิปัตย์คงให้ 1,500 บาท
คำถามคือมีปัญญาทำกันหรือไม่ ก่อนย้อนไปถึงนโยบายปี 2562 ที่บอกค่าแรงจะได้ 425 บาท - ราคายางกิโลกรัมละ 65 บาท - ข้าวหอมมะลิได้ 20,000 บาท สุดท้ายก็ไม่เห็นทำอะไรได้สักอย่าง
ทั้งนี้ช่วงนายณัฐวุฒิ ยังได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่ “นางสาวแพทองธาร” ปราศรัยและมีจังหวะที่หายใจติดขัดเนื่องจากกำลังตั้งครรภ์ ขณะนั้นพี่ชาย “นายพานทองแท้” น้ำตาคลอด้วยความเป็นห่วงน้องสาว โดยเฉพาะการเดินบนเส้นทางทางการเมือง ซึ่งเป็นชะตากรรมที่ไม่มีใครบอกได้ว่ามีอะไรรออยู่ข้างหน้า
และสถานการณ์การเมืองในขณะไม่ใช่ความเป็นลูกทักษิณ หรือความเป็นทายาทอดีตนายกรัฐมนตรีเท่านั้น แต่เป็นความใจสู้ของคนหนุ่มสาว ทั้ง 2 คนที่ยังรักประชาชน อยากทำงานตอบแทนประชาชน
และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่า “นายพานทองแท้” อยากออกมาพยุงน้องสาว แต่เมื่อน้องกำลังยืนประกาศตัวต่อคนทั้งประเทศว่า จะเป็นว่าที่นายกรัฐมนตรี “พรรคเพื่อไทย” ถือธงนำทางการเมือง พี่ชายก็ทำได้เพียงเอาใจช่วย
โดย “นายณัฐวุฒิ” กล่าวแสดงความมั่นใจว่า ตลอดเส้นทางทางการเมือง “นางสาวแพทองธาร” จะปลอดภัย และตลอดเส้นทางนี้จะไม่มีใครทำอะไรได้ ด้วยจะอยู่ในอ้อมกอดของประชาชน ทำให้ได้รับเสียงปรบมือดังกึกก้อง ซึ่งระหว่างที่ “นายณัฐวุฒิ” ปราศรัยอยู่นั้น ผู้สื่อข่าวก็สังเกตเห็นว่า “นางสาวแพทองธาร” และ “นายพานทองแท้” มีอาการน้ำตารื้นด้วยความตื้นตันใจ