ตอนนี้ตน กับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ รวมถึงนายกรัฐมนตรี ก็ยังมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้น มีความเคารพนับถือเกรงใจซึ่งกันและกัน ไม่มีปัญหาอะไรหรอก ผู้ใหญ่โอเคก็พอแล้ว
เมื่อถามว่าการเมืองในวันนี้น่ากลัวหรือไม่ เนื่องจากมีนายพลเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรค นายอนุทิน ย้อนถามกลับว่า ชื่อเป็นพรรคการเมืองหรือเป็นกองพลที่เท่าไหร่ หากเป็นพรรคการเมืองก็ไม่กลัวอะไร ตำแหน่งนายพลเป็นตำแหน่งในอดีตที่เขาได้รับ สมัยที่รับราชการอยู่เเละเป็นตำแหน่งที่ได้รับโปรดเกล้าฯมา ก็ต้องติดตัวเขาไป หากเข้ามาทำงานการเมืองก็คือนักการเมือง ไม่มีอะไรแตกต่างจากนักการเมือง ไม่เห็นมีอะไรต้องน่ากลัว ทุกคนเข้ามาทำงานเพื่อบ้านเมืองก็หวังว่า จะทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองแล้วจะไปกลัวอะไร
ส่วนมองว่าการยึดอำนาจแล้ว ทำการเมืองต่อยาวๆ จะกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าไปมองโลกในแง่ร้าย ทุกวันนี้มาถึงขนาดไหนแล้ว บางคนก็ซึมซับถึงความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย ว่าเป็นระบอบการปกครองที่ดีที่สุด ขนาดผู้ที่เคยยึดอำนาจมาก่อน ก็ต้องกลับมาในระบบการเมือง การเลือกตั้ง ตราบใดที่ยังมีระบบนี้อยู่ก็ขอให้รักษาระบบนี้ไว้ให้นาน ให้ดีที่สุด
คนที่จะทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้ คือนักการเมืองเท่านั้น ประชาชนไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย นักการเมืองก็ทำตามกฎหมาย ตามระเบียบข้อบังคับ ให้เคร่งครัดเคารพกฎหมาย ยึดมั่นในความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ และมีเจตนารมณ์ที่ดี ให้กับบ้านเมือง ก็จะไม่มีวันที่จะทำให้ระบอบอื่นเข้ามาแทรกแซงได้
เมื่อผู้สื่อข่าวถาม นายอนุทิน ว่า มีม็อตโต้บ้างหรือไม่ นายอนุทิน หันกลับมาตอบว่า กินกันฉันด้วย ตีกันฉันป่วย อร่อยบอกด้วย ถึงป่วยก็ไป พร้อมกล่าวว่า เป็นสมัยแม่ช้อยนางรำ หลังจากนั้น ผู้สื่อข่าวได้สอบถามให้ขยายความถึงคำว่า กินกัน ว่าเป็นการรับประทานอาหารหรือกันที่หมายถึงกัญชา นายอนุทิน จึงกล่าวว่ากินข้าวด้วยกัน ปาร์ตี้กัน แต่หากตีกันฉันขอป่วยก่อน